สตีเวน เจอร์ราร์ด คือกัปตันทีมลิเวอร์พูล

สตีเวน เจอร์ราร์ด

สตีเวน เจอร์ราร์ด ถูกคาดการณ์ว่าสักวันหนึ่งจะได้เป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล ขณะที่อาร์เน่ สล็อตยังคงทำผลงานได้ไม่ดีในฤดูกาลที่สองของเขาที่แอนฟิลด์

ในช่วงเวลาที่ลิเวอร์พูลกำลังเผชิญวิกฤตผลงานหนักที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ยุคพรีเมียร์ลีก ประเด็นเรื่อง “อนาคตเก้าอี้กุนซือ” จึงถูกหยิบยกขึ้นมาพูดถึงแทบทุกวัน และหนึ่งในชื่อที่แฟนบอลจำนวนไม่น้อยคิดถึงเสมอเมื่อพูดถึงว่าที่ผู้จัดการทีมคนใหม่ก็คือ สตีเวน เจอร์ราร์ด ตำนานกัปตันที่เคยพาทีมไปแตะยอดยุโรปมาแล้วหลายครั้ง

ล่าสุด วลาดิเมียร์ สไมเซอร์ อดีตเพื่อนร่วมทีมและฮีโร่จากนัดชิงยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกปี 2005 ได้ออกมาให้สัมภาษณ์แบบตรงไปตรงมาว่า เขาเชื่ออย่างแท้จริงว่า “วันหนึ่ง สตีวี่จี มีศักยภาพมากพอที่จะเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล” ไม่ใช่แค่เพราะชื่อเสียงในฐานะนักเตะ แต่รวมถึงทัศนคติ ความเป็นผู้นำ และความเป็น “ผู้ชนะโดยสันดาน” ที่ฝังอยู่ในตัวเจอร์ราร์ดมาตลอดเส้นทางค้าแข้ง

คำพูดครั้งนี้ยิ่งมีน้ำหนักมากขึ้น เพราะมาพร้อมกับบริบทที่ Arne Slot กำลังเจอช่วงเวลายากลำบากที่สุด นำทีมแพ้ถึง 9 นัดจาก 12 เกมหลังสุด ฟอร์มในลีกและยุโรปตกลงอย่างน่าตกใจ จนกระแสวิจารณ์และข่าวลือเรื่อง “เดดไลน์เซฟเก้าอี้” เริ่มทวีแรงขึ้นทุกสัปดาห์

สไมเซอร์ไม่ใช่แค่คนชมเล่นๆ แต่คือเพื่อนร่วมรบยุคอิสตันบูล

วลาดิเมียร์ สไมเซอร์ ไม่ได้เป็นแค่คนวงนอกที่มองลิเวอร์พูลผ่านจอทีวี เขาคือคนที่เคยอยู่ในห้องแต่งตัวเดียวกับเจอร์ราร์ด เคยต่อสู้ในเสื้อสีเดียวกัน และเคยมีส่วนร่วมในค่ำคืนอิสตันบูลอันโด่งดังเมื่อปี 2005 ที่พลิกจากตามหลังเอซี มิลาน 0-3 กลับมาเสมอ 3-3 และชนะจุดโทษคว้าแชมป์ยุโรปอย่างเหลือเชื่อ

ในนัดนั้น เจอร์ราร์ดคือคนที่โหม่งประตูแรกจุดประกายการคัมแบ็ก ส่วนสไมเซอร์คือคนที่ซัดประตูที่สองนอกกรอบสุดสวย ก่อนที่เกมจะหักมุมไปสู่ประวัติศาสตร์ นั่นหมายความว่า สไมเซอร์รู้ดีว่าเจอร์ราร์ดคิดอย่างไร รู้ว่ากัปตันหมายเลข 8 มีบุคลิกแบบไหนในยามทีมกำลังอยู่ในสถานการณ์สุดกดดัน

เพราะฉะนั้น เมื่อเขาพูดว่า “เขาเชื่อว่าเจอร์ราร์ดจะเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลที่ดีมากได้ในอนาคต” คำพูดนั้นจึงไม่ใช่แค่การพูดเอาใจแฟนบอล แต่เป็นการประเมินจากคนที่เคยเห็นผู้นำคนนี้ทั้งในสนามซ้อม ห้องแต่งตัว และในเกมที่ใหญ่ที่สุดของชีวิตนักฟุตบอล

เจอร์ราร์ดในบทบาทกุนซือ: จากสก็อตแลนด์สู่พรีเมียร์ลีกและซาอุฯ

ในมุมมองของแฟนบอลบางส่วน เจอร์ราร์ดยังถูกมองผ่านภาพจำที่ Rangers และ Aston Villa ซึ่งมีทั้งด้านสวยงามและด้านมืดผสมกัน

ที่ Rangers เขาพาทีมคว้าแชมป์สก็อตติช พรีเมียร์ลีก แบบไร้พ่ายในฤดูกาล 2020/21 เก็บได้ถึง 102 คะแนน หยุดยุคครองความยิ่งใหญ่ของเซลติกลงอย่างสวยงาม นั่นเป็นหลักฐานแรกๆ ว่าเขาไม่ได้เป็นแค่ “ตำนานที่ผันตัวมาเป็นโค้ช” แต่มีความสามารถจริงในการสร้างทีมและปลูกฝังทัศนคติผู้ชนะให้กับนักเตะ

ทว่าในพรีเมียร์ลีกกับ Aston Villa ทุกอย่างไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาเริ่มต้นด้วยกระแสคาดหวังสูง แต่ฟอร์มของทีมกลับรูดลงเรื่อยๆ จนต้องแยกทางกันในเวลาไม่ถึงหนึ่งปี พร้อมตราว่า “ล้มเหลวในพรีเมียร์ลีก” ติดอยู่กับชื่อของเขาแบบเลี่ยงไม่ได้

ต่อมาช่วงเวลาในซาอุดีอาระเบียกับ Al-Ettifaq ก็ไม่ได้สร้างผลงานสะดุดตามากพอจะดันชื่อของเจอร์ราร์ดกลับสู่แถวหน้าของยุโรป แต่ในสายตาของสไมเซอร์ สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้เขาหมดสิทธิ์คุมลิเวอร์พูลในอนาคต ตรงกันข้าม เขากลับมองว่าประสบการณ์ทั้งด้านสำเร็จและผิดหวังเหล่านี้จะช่วย “ขัดเกลา” ให้เจอร์ราร์ดแข็งแกร่งขึ้นในฐานะโค้ช

ทำไมสไมเซอร์ถึงมั่นใจว่า “สักวันหนึ่ง” เจอร์ราร์ดจะเหมาะกับลิเวอร์พูล

สไมเซอร์อธิบายชัดเจนว่า สำหรับเขาแล้ว สิ่งสำคัญไม่ใช่แค่ชื่อเสียงหรือประวัติในฐานะนักเตะ แต่คือ “วิธีคิดและมาตรฐานในหัวของคนคนนั้น”

เขาบอกว่า เจอร์ราร์ดเป็นคนที่มีชื่อเสียงใหญ่ทั้งในอังกฤษ ยุโรป และระดับโลก แต่สิ่งที่ทำให้เขาแตกต่างคือ “จิตใจของผู้ชนะ” เขาไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ง่ายๆ และไม่เคยพอใจกับการเล่นเพียงแค่ “โอเค” เขาอยากอยู่ในทีมที่มีโอกาสลุ้นแชมป์ ต้องการอยู่ในสภาพแวดล้อมที่มีแผนระยะยาว มีความทะเยอทะยาน ไม่ใช่สโมสรที่ติดหล่มปัญหาการเงินหรือไม่มีเป้าหมายชัดเจน

สไมเซอร์ย้ำว่า ถ้าสโมสรไหนก็ตามอยากได้เจอร์ราร์ดไปคุมทีม ต้องแสดงให้เห็นว่าพร้อมจะสร้างบางอย่างที่ “มีอนาคตจริง” มีวิสัยทัศน์ มีแผนการ และมีความทะเยอทะยานจะกลับไปยืนในจุดสูงสุด ไม่ใช่แค่จ้างเขาไปเป็น “เกราะกำบัง” ให้กระแสแฟนบอลแล้วปล่อยให้ทุกอย่างดำเนินไปแบบไร้ทิศทาง

ในแง่นี้ ลิเวอร์พูลจึงดูเป็นจิ๊กซอว์ที่ “เข้ากันได้” กับแนวคิดของเจอร์ราร์ดมากที่สุด เพราะเป็นสโมสรที่มีฐานแฟนบอลทั่วโลก มีเป้าหมายชัดเจนว่าจะต้องลุ้นแชมป์ทั้งลีกและยุโรปทุกฤดูกาล และมีดีเอ็นเอของการ “สู้จนวินาทีสุดท้าย” ซึ่งเป็นสิ่งที่เจอร์ราร์ดเชื่อมั่นมาตลอดชีวิตค้าแข้ง

“ยังไม่ใช่ตอนนี้ แต่วันหนึ่งอาจใช่”เงื่อนไขของการเป็นกุนซือลิเวอร์พูล

แม้สไมเซอร์จะพูดชัดว่ามองเห็นเจอร์ราร์ดเป็นว่าที่ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลในอนาคต แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่ผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงแบบหักดิบในตอนนี้ เขายอมรับตามตรงว่า เจอร์ราร์ดยังต้องพิสูจน์ตัวเองในระดับสโมสรอื่นให้มากกว่านี้ ไม่ว่าจะเป็นทีมระดับกลางในอังกฤษ หรือสโมสรที่กำลังสร้างโครงการใหม่ที่จริงจัง

เขายกตัวอย่างชื่อทีมอย่าง Birmingham หรือ Wrexham ว่าอาจเป็นเวทีที่เขาสร้างความสำเร็จเพิ่มเติมได้ ถ้าเจอร์ราร์ดสามารถพาทีมเหล่านี้เติบโตอย่างชัดเจน สร้างผลงานระดับ “เกินคาดหวัง” ได้อีกครั้ง ก็ไม่มีเหตุผลเลยที่ในอนาคตลิเวอร์พูลจะไม่หันกลับมาเรียกเขา

พูดอีกแบบคือ สไมเซอร์มองเส้นทางสู่เก้าอี้กุนซือลิเวอร์พูลของเจอร์ราร์ดเป็น “มาราธอน” มากกว่า “สปรินต์” เขาไม่ได้คิดว่าแค่เป็นตำนานของสโมสรแล้วจะได้งานสำคัญที่สุดของชีวิตทันที แต่ต้องแลกมาด้วยประสบการณ์ ความผิดพลาด และการเรียนรู้ในระดับต่างๆ ให้ครบ

เงาของเจอร์ราร์ด กับแรงกดดันที่ถาโถมใส่ Arne Slot

ท่ามกลางการพูดถึงอนาคต เจอร์ราร์ดกลับถูกดึงเข้ามาเป็น “เงา” ที่ทอดตัวอยู่ด้านหลัง Arne Slot แบบเลี่ยงไม่ได้ ยิ่งทีมฟอร์มแย่ เสียงเรียกร้องว่า “ถึงเวลาของสตีวี่จีหรือยัง” ก็ยิ่งดัง

ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลของ Slot กำลังอยู่บนเส้นทางที่ยากที่สุด แพ้ 9 จาก 12 เกมหลังสุด โดนวิจารณ์เรื่องแท็กติก การจัดทีม การเปลี่ยนตัว และการดึงศักยภาพของผู้เล่นใหม่ออกมาใช้ไม่เต็มที่ หลายคนบอกว่า นี่คือฟอร์มที่ย่ำแย่ที่สุดตั้งแต่ยุคทศวรรษ 1950 ทำให้ชื่อของผู้จัดการทีมคนต่อไปถูกขุดขึ้นมาพูดถึงตั้งแต่ยังไม่จบครึ่งแรกของฤดูกาล

อย่างไรก็ตาม สไมเซอร์เลือกมอง Slot ด้วยมุมมองที่เป็นธรรม เขามองว่าปีที่แล้ว Slot ยังแทบไม่ต้องเปลี่ยนทีมมากนัก ได้รับมรดกทีมที่แข็งแกร่งจากยุคก่อนหน้า แต่ปีนี้ต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อทีมถูกยกเครื่องใหม่ มีผู้เล่นหน้าใหม่เข้ามาหลายคน ระบบเดิมต้องรีเซ็ต การหาจุดลงตัวและสมดุลจึงแทบไม่ใช่เรื่องง่าย

เขาบอกว่า ตอนนี้ Slot ต้องทำงานหนักกว่าฤดูกาลก่อนหลายเท่า ต้องทั้งปรับแท็กติก สร้างระบบใหม่ และจัดหาตำแหน่งที่เหมาะสมให้ผู้เล่นแต่ละคนในทีมชุดนี้ ซึ่งเต็มไปด้วยศักยภาพ แต่ยังเล่นไม่เชื่อมกันดีพอ

เส้นบางๆ ระหว่างการวิจารณ์นักเตะกับการปกป้องห้องแต่งตัว

อีกประเด็นที่สไมเซอร์พูดถึงอย่างน่าสนใจคือ “วิธีการวิจารณ์ลูกทีม” ของ Slot เขายอมรับว่ากุนซือมีสิทธิ์และหน้าที่ต้องคาดหวังจากนักเตะในระดับสูง โดยเฉพาะเมื่อฟอร์มของทีมตกต่ำจนกระทบเป้าหมายใหญ่ แต่การวิจารณ์ทุกอย่างผ่านสื่อหรือในที่สาธารณะอาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุดเสมอไป

เขาเล่าว่า ในฐานะอดีตนักเตะอาชีพ ไม่มีใครชอบถูกผู้จัดการทีมออกมาวิจารณ์อย่างรุนแรงผ่านสื่อ มันอาจทำให้สังคมรู้สึกสะใจหรือเข้าใจสถานการณ์มากขึ้น แต่ในห้องแต่งตัวมันสร้างรอยแผลและความรู้สึกด้านลบระหว่างโค้ชกับผู้เล่นได้ ไม่ว่าผลงานในสนามตอนนั้นจะย่ำแย่แค่ไหนก็ตาม

สไมเซอร์เชื่อว่า วิธีที่ดีที่สุดคือการคุยกันในสนามซ้อม ในห้องประชุมทีม บอกกันตรงๆ ว่า “ผมคาดหวังจากคุณมากกว่านี้” และช่วยกันหาทางแก้แทนที่จะซ้ำเติมกันผ่านไมค์ในห้องแถลงข่าว

ลิเวอร์พูลในยุคเปลี่ยนผ่าน: ความกดดันที่ไม่มีใครหนีพ้น

ตั้งแต่ Jurgen Klopp ลาออกจากตำแหน่ง โลกทั้งใบของลิเวอร์พูลก็เปลี่ยนไปทันที จากทีมที่มีตัวตนชัดเจน มีวิธีเล่นเป็นเอกลักษณ์ และมีบรรยากาศในสโมสรที่เหนียวแน่น กลายเป็นทีมที่ต้องเริ่มสร้างตัวตนใหม่ภายใต้โค้ชคนใหม่

Slot เลือกทางที่ไม่เปลี่ยนทีมมากเกินไปในปีแรก แต่ในปีที่สองสถานการณ์บังคับให้เขาต้อง “ยกเครื่อง” หลายอย่าง การเปลี่ยนขุมกำลังในระดับโครงสร้างย่อมต้องใช้เวลา และแฟนบอลจำนวนไม่น้อยอาจไม่อยากได้ยินคำว่า “อดทน” เพราะเคยชินกับความสำเร็จและฟุตบอลที่สนุกตาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

ในสถานการณ์แบบนี้ ทั้งโค้ช นักเตะ และแม้แต่ชื่อของเจอร์ราร์ดเอง จึงถูกดึงเข้ามาอยู่ในวงโคจรของแรงกดดันทั้งหมดโดยอัตโนมัติ แฟนบางกลุ่มอยากเห็นตำนานกลับมากอบกู้ทีม บางกลุ่มอยากให้ Slot ได้รับเวลาเพิ่ม บางคนเชื่อว่าทั้งสองอย่างอาจเกิดขึ้นได้ตามลำดับเวลา หากทีมเดินไปถึงจุดที่ “ถึงเวลาเปลี่ยน” จริงๆ

เจอร์ราร์ดเหมาะกับลิเวอร์พูลเพราะเข้าใจมากกว่าแค่เกมในสนาม

สิ่งที่ทำให้ชื่อของเจอร์ราร์ดไม่เคยหลุดจากวงสนทนาในเรื่องกุนซือลิเวอร์พูลเลย คือเขาเป็นคนที่ “เข้าใจสโมสรแห่งนี้แบบลึกสุดหัวใจ” เขารู้ว่าการเล่นให้ลิเวอร์พูลไม่ใช่แค่เรื่องแท็กติกหรือชนะในสนาม แต่หมายถึงการแบกความหวังของชุมชน เมือง และแฟนบอลทั่วโลก

สไมเซอร์จึงมองว่า ถ้าวันหนึ่งเจอร์ราร์ดกลับมาในฐานะกุนซือ เขาจะไม่ได้แค่วางระบบ 4-3-3 หรือ 4-2-3-1 เท่านั้น แต่จะรู้ด้วยว่า ต้องพูดอะไรกับแฟนบอลในวันที่ทีมแพ้ ต้องปลุกห้องแต่งตัวอย่างไรในวันที่ทุกคนหมดกำลังใจ และต้องยืนหยัดอย่างไรเมื่อตัวเองถูกวิจารณ์แทบทุกวินาที

อย่างไรก็ตาม ทั้งหมดนี้ยังเป็นเพียง “ภาพในอนาคต” ที่ต้องรอดูว่าฟุตบอลจะพาเขาไปในทิศทางไหนต่อจากนี้

บทสรุป: ปัจจุบันของ Slot อาจเป็นสะพานสู่อนาคตของเจอร์ราร์ด

ในวันนี้ Arne Slot ยังเป็นผู้จัดการทีมลิเวอร์พูลอย่างเป็นทางการ เขายังมีโอกาสพลิกสถานการณ์ ฟื้นฟูฟอร์ม และพิสูจน์ว่าตัวเองคือคนที่เหมาะสมจะนำทีมต่อไป แม้จะถูกตั้งคำถามอย่างหนักจากผลงานที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี

ขณะเดียวกัน ชื่อของสตีเวน เจอร์ราร์ดก็ลอยอยู่ไม่ไกล เสมือนเงาที่ฉายอยู่เหนือแอนฟิลด์ในทุกครั้งที่ทีมแพ้และแฟนบอลเริ่มถามหาคนที่จะ “เข้าใจสโมสรแห่งนี้อย่างแท้จริง”

วลาดิเมียร์ สไมเซอร์ อาจไม่ได้เร่งเร้าหรือปลุกกระแสให้เกิดการเปลี่ยนโค้ชทันที แต่เขาย้ำชัดว่า ในสายตาของเขาแล้ว ถ้าเจอร์ราร์ดเก็บประสบการณ์และความสำเร็จเพิ่มในระดับสโมสรอื่น วันหนึ่งประตูของลิเวอร์พูลอาจเปิดต้อนรับเขาอีกครั้ง ไม่ใช่ในฐานะกัปตันในสนาม แต่ในฐานะชายที่ยืนคุมทีมอยู่ข้างเส้นข้างสนามแทน

อัปเดตฟอร์มทีม ตัวผู้เล่น และบรรยากาศในห้องแต่งตัวก่อนใคร แล้วเปลี่ยนข้อมูลเหล่านี้ให้กลายเป็นข้อได้เปรียบในการตัดสินใจของคุณไปพร้อมกับ ufa007