ปฏิกิริยาของโมฮาเหม็ด ซาลาห์ ต่อการถูกลิเวอร์พูลนั่งสำรองและพฤติกรรมต่อเพื่อนร่วมทีมบ่งบอกอะไรได้หลายอย่าง ufa365
ข่าวใหญ่ก่อนเกมลิเวอร์พูลเปิดบ้านพบซันเดอร์แลนด์ไม่ใช่เพียงเรื่องฟอร์มของทีมแชมป์เก่าเท่านั้น แต่คือการที่ชื่อของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ต้องไปนั่งรอบนม้านั่งสำรองอีกครั้ง ทั้งที่เพิ่งถูกดร็อปจาก 11 ตัวจริงในเกมพรีเมียร์ลีกที่พบเวสต์แฮม ยูไนเต็ด เมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา
สำหรับนักเตะระดับ “ไอคอนสโมสร” อย่างซาลาห์ การไม่ได้ลงตัวจริงย่อมไม่ใช่เรื่องง่ายจะยอมรับได้ในทันที แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่ารายชื่อบนกระดาน คือ วิธีที่เขาตอบสนองต่อสถานการณ์ ทั้งในสนามซ้อม ในห้องแต่งตัว และต่อหน้าเพื่อนร่วมทีม ซึ่ง Arne Slot ถึงกับยืนยันต่อสื่อว่า นี่คือปฏิกิริยาของ “มืออาชีพระดับสูงสุด”
บทความนี้จะพาไปดูทีละชั้นว่า การนั่งสำรองของซาลาห์ครั้งนี้บอกอะไรกับเรา ทั้งในมุมแท็กติก มุมจิตวิทยา และมุมอนาคตของลิเวอร์พูลหลังยุคที่เคยพึ่งพาเขาแทบทุกอย่างในเกมรุก
จากเวสต์แฮมถึงซันเดอร์แลนด์ จุดเริ่มต้นของการ “ไม่การันตีตัวจริง”
เกมชนะเวสต์แฮม 2-0 คือจุดเปลี่ยนสำคัญ เพราะเป็นครั้งแรกตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 ที่ซาลาห์ไม่ได้ออกสตาร์ตในพรีเมียร์ลีก เขานั่งดูเพื่อนร่วมทีมลงเล่นครบ 90 นาทีจากม้านั่งสำรอง ขณะที่ลิเวอร์พูลเก็บสามแต้มได้จากประตูของอเล็กซานเดอร์ อิซัก และโคดี้ กากโป
โดยปกติแล้ว เมื่อทีมชนะด้วยโมเมนตัมที่ดี ผู้จัดการทีมส่วนใหญ่มักเลือกใช้ “สูตรเดิม” เพื่อรักษาความต่อเนื่อง และ Slot ก็ทำแบบนั้นในเกมกับซันเดอร์แลนด์ – เขาแทบไม่เปลี่ยนอะไร นอกจากการพักมิลอช เคอร์เคซที่มีอาการล้า และใส่แอนดี้ โรเบิร์ตสันลงมาแทน
ผลลัพธ์คือ ซาลาห์ต้องนั่งสำรองอีกเกมติดต่อกัน ทั้งที่ปกติชื่อของเขามักเขียนลงใบรายชื่อเป็นคนแรก ๆ ในยุคก่อนหน้านี้
ทำไม Arne Slot กล้าดร็อปซูเปอร์สตาร์เบอร์หนึ่งของทีม?
ต้องยอมรับว่า การตัดสินใจของ Slot ไม่ใช่เรื่องเล็ก
เขารู้ดีว่าซาลาห์คือ
- นักเตะที่มีสถิติยิงประตูและแอสซิสต์ระดับหัวแถวของสโมสร
- สัญลักษณ์ทางการตลาด
- ขวัญใจแฟนบอลทั่วโลก
- เสียงของสื่อที่พร้อมจับจ้องทุกครั้งที่ชื่อของเขาไม่อยู่ใน 11 ตัวจริง
แต่ Slot เลือกมองจากมุมของ “โครงสร้างทีม” และ “ความพร้อมของผู้เล่นหลายคน” มากกว่าแค่ชื่อหรือความเป็นซูเปอร์สตาร์
เขาอธิบายในหลายบทสัมภาษณ์ว่า เกมกับซันเดอร์แลนด์จะเป็นเกมที่ต้องใช้พลังงานสูง 90 นาทีเต็ม คู่แข่งเล่นด้วยความเข้มข้นในทุกเฟสของเกม การเลือกจัดทีมแบบเดิมจากเกมที่ชนะเวสต์แฮมคือการให้รางวัลแก่คนที่ทำผลงานได้ดี พร้อมทั้งบริหารร่างกายของทุกคนให้อยู่ในจุดที่พร้อมรับโปรแกรมถี่
ซาลาห์เองก็มีโปรแกรมสำคัญรออยู่กับทีมชาติอียิปต์ในศึกแอฟริกัน เนชันส์ คัพ ที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้า นั่นหมายความว่า ลิเวอร์พูลต้องวางแผนการใช้งานเขาอย่างระมัดระวัง ไม่ใช่แค่เพื่อสโมสร แต่รวมถึงความพร้อมของตัวนักเตะเองในระยะกลางด้วย
Slot เผย ซาลาห์ “ไม่ชอบ” การถูกดร็อป แต่ตอบสนองได้แบบมืออาชีพสุด ๆ
Arne Slot เคยยอมรับก่อนหน้านี้ว่า ซาลาห์ “ไม่ชอบ” การถูกดร็อปจากตัวจริง ซึ่งเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับผู้เล่นระดับโลกที่มีความกระหายอยากลงสนามทุกนาที
แต่สิ่งที่ทำให้กุนซือดัตช์ประทับใจ และออกมาพูดต่อหน้าสื่อ ก็คือวิธีที่ซาลาห์รับมือกับสถานการณ์
หลังเกมเวสต์แฮม เขาไม่ได้บ่นผ่านสื่อ ไม่ได้แสดงท่าทีหงุดหงิดในที่สาธารณะ ตรงกันข้าม Slot บอกว่า ซาลาห์ “ตอบสนองอย่างที่คุณอยากเห็นจากมืออาชีพระดับท็อป” นั่นคือ
- ลงซ้อมในวันถัดมาอย่างจริงจังและเข้มข้น
- รักษามาตรฐานในทุกแอ็คชันในสนามซ้อม
- แสดงความเป็นบวกต่อเพื่อนร่วมทีม
- ไม่ทำให้ห้องแต่งตัวมีบรรยากาศตึงเครียด
ในมุมมองของผู้จัดการทีม สิ่งเหล่านี้สำคัญพอ ๆ กับการยิงประตูในสนาม เพราะบรรยากาศในห้องแต่งตัวคือหัวใจของทีมระดับแชมป์
พฤติกรรมต่อเพื่อนร่วมทีม ผู้นำที่ไม่ต้องใส่ปลอกแขนก็เป็นตัวอย่างได้
แม้ไม่ได้สวมปลอกแขนกัปตัน แต่ในสายตาของนักเตะหลายคน ซาลาห์คือหนึ่งในผู้นำตัวจริงของทีม
ในช่วงที่ต้องนั่งสำรอง เราเห็นภาพเขา
- คอยลุกขึ้นปรบมือให้เพื่อนในจังหวะสำคัญ
- พูดคุยกับคนข้าง ๆ บนม้านั่งระหว่างเกม
- เมื่อมีจังหวะทีมยิงประตูหรือได้โอกาสดี ๆ ก็แสดงอาการมีส่วนร่วมเต็มที่
นี่ไม่ใช่เรื่องเล็ก เพราะถ้าดาวดังระดับนี้เลือกจะแสดงความไม่พอใจออกมาด้วยการทำตัวเฉยชา หรือแสดงกิริยาไม่ร่วมมือ จะส่งผลต่อความฮึกเหิมของทีมได้ทันที
แต่สิ่งที่เกิดขึ้นกลับตรงกันข้าม – ท่าทีของซาลาห์กลายเป็น ตัวอย่างให้กับผู้เล่นคนอื่น ที่บางครั้งก็ต้องยอมรับบทบาทตัวสำรองเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น เคอร์ติส โจนส์, เฟเดริโก้ เคียซา หรือแม้แต่ดาวรุ่งที่ขึ้นมานั่งข้างชุดใหญ่
Slot จึงพูดอย่างชัดเจนว่า ซาลาห์ไม่ใช่แค่ “ตัวอย่างตอนที่ลงเล่น” แต่ยังเป็น “ตัวอย่างตอนที่ไม่ได้ลง” ด้วย
บทสัมภาษณ์ก่อนเกม Slot ย้ำชัด “เราต้องใช้มากกว่า 11 คน และ Mo คืออาวุธสำคัญ”
ก่อนเกมกับซันเดอร์แลนด์ Slot ให้สัมภาษณ์กับ Sky Sports โดยสรุปว่า
- เขาเลือกโรเบิร์ตสันลงตัวจริงเพราะไม่อยากเสี่ยงกับอาการล้าของเคอร์เคซ
- ต้องการใช้ทีมเดิมส่วนใหญ่จากเกมที่ชนะเวสต์แฮม เพื่อรักษาความต่อเนื่อง
- ยอมรับว่าหลายคนอาจเล่นไม่ครบ 90 นาที จึงจำเป็นต้องมีตัวสำรองคุณภาพสูง
และประโยคสำคัญก็คือ การย้ำว่า
“เราต้องการมากกว่า 11 คน และทุกคนบนม้านั่งมีโอกาสจะลงเล่น โมก็เช่นกัน ทุกคนรู้ว่าเขาทำอะไรให้ทีมนี้ได้บ้าง”
คำพูดนี้ชัดเจนว่า Slot ไม่ได้มองซาลาห์เป็น “ปัญหา” แต่เป็น “ทางเลือกสำคัญ” ในเกมที่อาจต้องใช้พลังและจังหวะเปลี่ยนเกมในช่วงครึ่งหลัง
ซาลาห์ลงครึ่งหลัง เมื่อคำพูดในห้องสัมภาษณ์กลายเป็นการกระทำในสนาม
เมื่อเกมกับซันเดอร์แลนด์ดำเนินไปจนจบครึ่งแรกด้วยสกอร์เสมอ และลิเวอร์พูลยังขาดความคมในพื้นที่สุดท้าย การตัดสินใจของ Slot ก็มา – เขาส่งซาลาห์ลงสนามแทนโคดี้ กากโป
การเปลี่ยนตัวนี้มีความหมายหลายมิติ
- เชิงแท็กติก
- ต้องการจังหวะหนึ่งต่อหนึ่งที่เฉียบคมกว่า
- เพิ่มความอันตรายจากการวิ่งตัดไลน์และการยิงด้วยซ้ายอันตรายของซาลาห์
- บีบให้แนวรับซันเดอร์แลนด์ต้องถอยลึกลงไปอีก
- ต้องการจังหวะหนึ่งต่อหนึ่งที่เฉียบคมกว่า
- เชิงจิตวิทยา
- ส่งสัญญาณให้ทีมเห็นว่า “ตอนนี้ถึงเวลาปลดล็อกเกม”
- เพิ่มความมั่นใจให้เพื่อนร่วมทีมที่รู้ว่ามีอาวุธหนักลงมาในสนามแล้ว
- ส่งสัญญาณให้ทีมเห็นว่า “ตอนนี้ถึงเวลาปลดล็อกเกม”
- เชิงความสัมพันธ์ระหว่างโค้ชกับนักเตะ
- แสดงให้เห็นว่า แม้นั่งสำรอง แต่ซาลาห์ยังอยู่ในแผนเสมอ
- เป็นข้อความชัดเจนว่า Slot ไม่ได้ “ลงโทษ” เขา แต่ “บริหาร” บทบาทของเขาในเกม
- แสดงให้เห็นว่า แม้นั่งสำรอง แต่ซาลาห์ยังอยู่ในแผนเสมอ
แม้รายละเอียดในแต่ละจังหวะอาจไม่สมบูรณ์แบบทั้งหมด แต่การลงสนามของซาลาห์ก็ทำให้เกมรุกของลิเวอร์พูลมีมิติและความหวังมากกว่าช่วงครึ่งแรกอย่างเห็นได้ชัด
ภาพสะท้อนในห้องแต่งตัว ทำไมปฏิกิริยาแบบนี้จึงสำคัญกว่าคำให้สัมภาษณ์
ในโลกฟุตบอลระดับท็อป สิ่งที่ทำลายน้ำหนักของผู้จัดการทีมได้เร็วที่สุด ไม่ใช่แท็กติกผิดพลาด แต่คือการเสียบารมีในห้องแต่งตัว หากดาวดังแสดงให้เห็นว่าไม่เคารพการตัดสินใจของโค้ช
แต่ในกรณีนี้ สิ่งที่เกิดขึ้นกลับสร้าง “เกราะป้องกัน” ให้กับ Slot มากกว่าเดิม เพราะเมื่อซาลาห์ยังคงทำตัวเป็นแบบอย่าง ทั้งในวันที่เป็นฮีโร่และวันที่ต้องนั่งรอข้างสนาม นักเตะคนอื่นก็แทบไม่มีพื้นที่จะโต้แย้งหรือไม่พอใจเรื่องการโรเตชัน
นี่คือสิ่งที่หลายสื่อในอังกฤษมองว่า เป็นหนึ่งใน สัญญาณบวกของลิเวอร์พูล 2.0 – ทีมที่เริ่มเรียนรู้จะไม่ยึดติดกับใครคนใดคนหนึ่ง แม้คนนั้นจะชื่อโมฮาเหม็ด ซาลาห์ก็ตาม
ลิเวอร์พูลยุคใหม่: จากทีมที่ “พึ่งซาลาห์” สู่ทีมที่ต้องยืนได้ด้วยตัวเอง
หลายปีที่ผ่านมา แฟนบอลคุ้นเคยกับภาพลิเวอร์พูลที่เกมรุกเริ่มจากการมองหาซาลาห์ไว้ก่อนเสมอ ไม่ว่าจะเป็นการเจาะด้านขวา การสอดเข้าใน หรือการลุ้นจังหวะยิงในกรอบเขตโทษ
แต่ในยุคของ Slot เขาพยายามสร้างทีมที่
- มีตัวเลือกเกมรุกกระจายทั้งซ้าย–ขวา–กลาง
- ใช้อเล็กซานเดอร์ อิซัก เป็นจุดพักบอลและตัวปิดสกอร์
- ใช้ฟลอเรียน เวิร์ตซ์ เป็นตัวเชื่อมและครีเอเตอร์
- เพิ่มบทบาทของซอบอสไลและกากโปในพื้นที่อันตรายหน้ากรอบเขตโทษ
ในโครงสร้างแบบนี้ ซาลาห์ยังสำคัญ แต่ไม่ได้ถูกวางให้เป็น “ศูนย์กลางทุกอย่าง” อีกต่อไป ซึ่งในระยะยาว หากทีมยืนระยะได้ มันอาจช่วยยืดอายุความสำเร็จของสโมสร และลดความเสี่ยงเมื่อถึงวันที่ต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีเขาในทีม
ภาพลักษณ์ของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ ยิ่งถูกดร็อป ยิ่งยืนยันความเป็นมืออาชีพ
ความน่าสนใจคือ แทนที่ภาพลักษณ์ของซาลาห์จะถูกมองแย่ลงจากการนั่งสำรองต่อเนื่อง กลับกลายเป็นว่า “ยิ่งตอกย้ำ” ภาพของเขาในฐานะมืออาชีพระดับสูงสุด
- ไม่แสดงอาการงอแงต่อหน้าสื่อ
- ไม่ปล่อยให้ข่าวลือเรื่องความขัดแย้งมีกำลังมากขึ้นด้วยท่าทีส่วนตัว
- ตั้งใจซ้อม
- สนับสนุนเพื่อนร่วมทีม
- พร้อมลงมาช่วยเปลี่ยนเกมเมื่อถูกเรียกใช้
แฟนบอลจำนวนไม่น้อยมองว่า ปฏิกิริยาครั้งนี้ ทำให้พวกเขาเคารพซาลาห์มากกว่าเดิม ไม่ใช่แค่ในฐานะคนทำประตู แต่ในฐานะ “ผู้นำเงียบ ๆ” ที่เข้าใจว่าฟุตบอลระดับสูงไม่อาจยึดติดกับตำแหน่งตัวจริงทุกเกมได้อีกแล้ว
บทสรุป: ปฏิกิริยาของ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ บอกทุกอย่างเกี่ยวกับลิเวอร์พูลชุดนี้
การที่ซาลาห์ถูกดร็อปจาก 11 ตัวจริง อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการถกเถียงมากมายในโลกภายนอก แต่ภายในทีม สิ่งที่สำคัญกว่าคือ “วิธีที่เขาตอบสนอง”
Arne Slot ยืนยันว่าซาลาห์คือแบบอย่าง ทั้งในวันที่ลงสนาม และในวันที่ต้องนั่งสำรอง การซ้อมอย่างมุ่งมั่น ท่าทีที่ดีต่อเพื่อน และความพร้อมที่จะลงมาช่วยทีมเมื่อถูกเรียก คือเหตุผลที่กุนซือดัตช์ยังมองเขาเป็นชิ้นส่วนสำคัญของลิเวอร์พูลยุคใหม่
ในระยะสั้น ซาลาห์ยังมีภารกิจกับทีมชาติอียิปต์ใน AFCON ที่จะทำให้เขาพลาดเกมบางนัดของลิเวอร์พูล ในระยะกลาง–ยาว ปฏิกิริยาครั้งนี้อาจกลายเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ทีมเดินหน้าสู่ยุคใหม่ได้อย่างนุ่มนวลมากขึ้น ยุคที่ลิเวอร์พูลไม่ใช่แค่ “ทีมของซาลาห์” แต่เป็นทีมที่แข็งแรงในทุกโครงสร้าง พร้อมให้คนรุ่นต่อไปก้าวขึ้นมารับช่วงต่อ
ถ้าคุณอ่านเกมลึกได้เหมือนอ่านท่าทีของซาลาห์ การมองจังหวะลงทุนก็ไม่ต่างกัน ลองใช้สายตาแบบแฟนบอลวิเคราะห์โอกาสของตัวเองดูบ้างไหมสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนความเข้าใจเกมให้กลายเป็นโอกาสทำกำไร ufa365 อาจเป็นสนามใหม่ที่เปิดให้คุณลองพิสูจน์เซนส์ลูกหนังของตัวเองอย่างจริงจัง
