เอ็นโซ มาเรสกา ยอมรับว่าเขารู้สึก “กังวล” กับฟอร์มที่ย่ำแย่ของเชลซี หลังจากที่แอตแลนตา เอาชนะไปได้ 2-1 ในศึกแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อวันอังคาร ทำให้เชลซีไม่ชนะใครมา 4 นัดติดต่อกัน ufabet
คืนยุโรปที่แบร์กาโม่กลายเป็นอีกหนึ่งค่ำคืนที่เชลซีต้องการลืมให้เร็วที่สุด ทั้งที่เริ่มเกมได้ดี สร้างโอกาสและขึ้นนำก่อนจากชูเอา เปโดร แต่พอเข้าสู่ครึ่งหลัง ภาพเดิม ๆ ก็กลับมาอีกครั้ง ทีมค่อย ๆ ถอยหลัง ขาดความคมในจังหวะสำคัญ และสุดท้ายก็ถูก แอตแลนตา คัมแบ็ก แซงชนะ 2-1 ในช่วงท้ายเกม
เอนโซ่ มาเรสก้ายอมรับตรง ๆ หลังจบเกมว่า “ผมกังวล” เพราะนี่คือเกมที่ 4 ติดต่อกันในทุกรายการที่เชลซีไม่ชนะ และจากที่เคยถูกยกย่องเมื่อถล่มบาร์เซโลน่า 3-0 ตอนปลายเดือนพฤศจิกายน ตอนนี้สถานการณ์ของทีมกลับกลายเป็นอีกภาพหนึ่งโดยสิ้นเชิง
ภาพรวมเกม: จากความมั่นใจสู่ความแผ่วปลาย
เกมนี้เชลซีโรเตชั่นผู้เล่นถึง 5 คนจากนัดเสมอบอร์นมัธ 0-0 ในพรีเมียร์ลีก โคล พาลเมอร์ได้พักหลังเพิ่งหายเจ็บกลับมา ส่วนดาวรุ่งฟอร์มแรงอย่างเอสเตวาโอที่ยิงใน UCL ไปแล้วสามประตู กลับไม่มีชื่อในเกมนี้ ทำให้ภาระเกมรุกตกไปอยู่กับกลุ่มผู้เล่นอย่างชูเอา เปโดร รีซ เจมส์ และตัวริมเส้นคนอื่น
ด้าน แอตแลนตา ภายใต้ระบบที่ดุดัน เน้นวิ่งเยอะ เพรสซิ่งหนัก และใช้เกมริมเส้นเป็นอาวุธ ก็ออกสตาร์ตเกมด้วยจังหวะอันตรายตั้งแต่นาทีแรก อเดโมล่า ลุคแมน เป็นตัวป่วนหลักของแนวรับเชลซี ใช้ความเร็วและการเลี้ยงบอลดึงจังหวะให้กองหลังทีมเยือนปั่นป่วนตลอดช่วงต้นเกม
เชลซีเริ่มเกมแบบช้า เนือย และเหมือนยังไม่ตื่น แต่กลับเป็นฝ่าย “ใช้โอกาสแรกอย่างมีคุณภาพ” ขึ้นนำได้ก่อนจากจังหวะเข้าทำที่เฉียบคมในครึ่งแรก ทว่าความได้เปรียบตรงนั้นกลับถูกใช้ไม่คุ้มค่า เพราะพวกเขาปล่อยให้แอตแลนตาค่อย ๆ กลับเข้ามาในเกม และพลิกสถานการณ์ในครึ่งหลังจนสำเร็จ
ครึ่งแรก: เชลซีเริ่มช้าแต่คมกว่า
ตั้งแต่ 5 นาทีแรก แอตแลนตาส่งสัญญาณชัดเจนว่าจะไม่ปล่อยให้เชลซีตั้งเกมง่าย ๆ ลุคแมนหลุดเข้าพื้นที่อันตรายทางซ้าย ล็อกเข้าขวาแล้วเปิดบอลอันตราย บอลไปโดนโรเบิร์ต ซานเชซเปลี่ยนทางจนเกือบเข้าประตู โชคยังดีที่แนวรับเชลซีช่วยกันเคลียร์ออกจากหน้าปากประตูได้ทัน
ไม่กี่อึดใจหลังจากนั้น ลุคแมนยังคงสร้างปัญหาให้แนวรับสิงห์บลูต่อเนื่อง ต้องให้จอช อาเชมปงบล็อกลูกยิงแบบสุดตัว ก่อนที่มาร์เท่น เดอ รูนจะเก็บจังหวะสองแล้วปั่นโค้งเฉียดคานออกไปนิดเดียว
แม้จะถูกกดดัน แต่เชลซีก็แสดงให้เห็นว่า หากพวกเขาต่อบอลกันติดหนึ่ง–สองจังหวะ ก็ยังมีพิษสงอยู่มาก และแล้วในนาทีที่ 25 แฟนบอลทีมเยือนก็ได้เฮ เมื่อรีซ เจมส์เติมเกมขึ้นมาทางขวา ก่อนครอสต่ำเข้าในกรอบเขตโทษให้ชูเอา เปโดรวิ่งสอดมาจิ้มเข้าประตูระยะเผาขน
ลูกยิงดูง่าย แต่การหาพื้นที่ของเปโดรถือว่าสวยงามมาก การตัดสินใจวิ่งตัดหลังแนวรับทำให้เขาถูกปล่อยให้ว่างอยู่หน้าประตูแบบไม่น่าเชื่อ แม้ไลน์แมนจะยกธงล้ำหน้าในตอนแรก แต่ VAR ตรวจแล้วให้เป็นประตู ทำให้เชลซีนำ 1-0
หลังจากได้ประตู เชลซีดูผ่อนคลายขึ้น เกมสวนกลับมีจังหวะน่าสนใจมากขึ้น และในช่วงต้นครึ่งหลัง รีซ เจมส์เกือบกลายเป็นฮีโร่ เมื่อได้จังหวะสับไกนอกกรอบ แต่บอลหลุดเสาไปนิดเดียว ถ้าลูกนี้เข้าจะกลายเป็น 2-0 และอาจปิดเกมได้ตั้งแต่ต้นครึ่งหลัง
แต่ฟุตบอลมักใจร้ายกับทีมที่ “ไม่ฆ่าให้ตาย” และสิ่งที่มาเรสก้ากล่าวหลังเกมว่า “เรามีโอกาสทำให้เกมจบ แต่เราไม่ทำ” ก็คือความจริงทั้งหมดของค่ำคืนนี้
ครึ่งหลัง: แอตแลนตา ยกระดับ เชลซีเริ่มหลุดโฟกัส
พอเข้าสู่ครึ่งหลัง แอตแลนตาเดินหน้าเปิดเกมบุกเต็มกำลัง พวกเขาเริ่มขยับไลน์ขึ้นสูง เพิ่มสปีดการเคลื่อนที่ทั้งในแนวรุกและแนวกลาง ช่องว่างระหว่างไลน์ของเชลซีจึงเริ่มถูกเจาะมากขึ้นเรื่อย ๆ
ตัวอันตรายอันดับหนึ่งของเกมนี้ไม่ใช่ใครอื่น นอกจาก ชาร์ลส์ เด เคเตลาเร ดาวเตะทีมชาติเบลเยียมที่กำลังอยู่ในฟอร์มสุดร้อนแรงกับผลงาน 6 ประตู 7 แอสซิสต์ใน 12 นัดล่าสุดของ UCL เขาเล่นอย่างมั่นใจ ดรอปต่ำมาเชื่อมบอลบ้าง ฉีกออกริมเส้นบ้าง และเลี้ยงจี้ใส่กองหลังเชลซีอย่างไม่เกรงใจ
นาทีที่ 55 เด เคเตลาเรโชว์คลาสระดับสูงด้วยการเปิดบอลโค้งไปเสาสอง กองหลังเชลซีหยุดนิ่งเหมือนถูกสตั๊น และจานลูก้า สคามักก้าก็สอดขึ้นมาโหม่งโล่ง ๆ เปลี่ยนสกอร์เป็น 1-1 แบบที่แฟนเชลซีแทบทำอะไรไม่ได้นอกจากกุมขมับ
หลังจากนั้นไม่นาน สคามักก้าเกือบลงโทษอีกครั้ง จากลูกโหม่งเปลี่ยนทางที่ซานเชซต้องพุ่งปัดสุดปลายมือ แสดงให้เห็นว่าระดับความมั่นใจของแนวรุกแอตแลนตาทะยานขึ้นแบบเต็มที่
เชลซีในช่วงนี้เริ่มแสดงสัญญาณของ “ความล้าและความหลุดสมาธิ” ให้เห็นชัดเจน การวิ่งไล่ลดลง การเพรสซิ่งไม่เป็นชุด และการเคลื่อนที่โดยไม่มีบอลก็น้อยลงตามลำดับ
เปลี่ยนตัวกระตุ้นเกม แต่จิตใจทีมยังกลับมาไม่สุด
มาเรสก้าเห็นว่าทีมเริ่มชะงัก จึงตัดสินใจส่งอเลฮานโดร การ์นาโช่ลงสนามเพื่อเติมความสดและความเร็วในเกมรุก การ์นาโช่สร้างผลกระทบทันทีด้วยการลากตัดเข้าในและซัดให้คาร์เนเซคคีต้องออกแรงเซฟ
แต่แม้จะมีประกายความหวังเล็ก ๆ จากเกมรุก การยืนเกมรับและการจัดระยะของแผงแบ็กเชลซียังคงมีปัญหา โดยเฉพาะด้านกว้างที่มักเปิดพื้นที่ให้ผู้เล่นแอตแลนตาได้เลี้ยงลุยเข้าสู่พื้นที่อันตรายอยู่บ่อยครั้ง
และเมื่อคุณปล่อยให้ผู้เล่นฟอร์มฮอตอย่างเด เคเตลาเรได้รับพื้นที่และเวลามากเกินไป บทลงโทษก็มักจะตามมาเสมอ
ประตูชัยนาที 83: เด เคเตลาเรปิดจ็อบด้วยความมั่นใจ
นาทีที่ 83 คือจังหวะที่เปลี่ยนเสียงเชียร์ของฝั่งเจ้าบ้านให้ดังลั่นไปทั่วแบร์กาโม่ เด เคเตลาเรรับบอลบริเวณหน้ากรอบ โดยแทบไม่มีผู้เล่นเชลซีเข้ามาปิดพื้นที่อย่างจริงจัง เขาแตะบอลจัดระยะหนึ่งจังหวะก่อนสับไกเต็มแรง
บอลพุ่งไปชนมาร์ค คูกูเรย่าที่พยายามบล็อก แต่กลับเปลี่ยนทางเข้าประตูไปอย่างโชคร้ายสำหรับเชลซี และกลายเป็นจังหวะมหาสำคัญที่ทำให้สกอร์พลิกเป็น 2-1 ให้แอตแลนตาในช่วงท้ายเกม
จากผู้ออกแบบจังหวะตีเสมอ กลายเป็นคนยิงประตูชัยเองในเกมเดียว เด เคเตลาเรพิสูจน์ให้เห็นว่าเขาไม่ได้เป็นแค่เพลย์เมกเกอร์ แต่ยังเป็น “ตัวจบสกอร์ระดับท็อป” ได้เช่นกัน
ทำไมมาเรสก้าถึงบอกว่า “ผมกังวล”
หลังจบเกม มาเรสก้าพูดชัดเจนว่าเขา “กังวล” กับสถานการณ์ของทีมในตอนนี้ เพราะตัวเลขไม่โกหก เชลซีเก็บได้เพียง 2 แต้มจาก 4 เกมหลังสุดในทุกรายการ ทั้งที่เคยทำผลงานสุดยอดด้วยการถล่มบาร์เซโลน่า 3-0 มาแล้วไม่นาน
สิ่งที่น่ากังวลไม่ใช่แค่ผลการแข่งขัน แต่คือ “รูปแบบการแพ้”
- ทีมเริ่มเกมได้ดี มีช่วงที่คุมเกมได้
- สร้างโอกาสได้คม แต่ไม่ปิดเกม
- พอโดนตีเสมอหรือเสียประตู เกมรับและสภาพจิตใจของทีมก็ดรอปลงอย่างชัดเจน
- แทนที่จะตอบโต้กลับด้วยความเข้มข้น กลับกลายเป็นถอยหลังและเสียบอลง่าย
มาเรสก้ายังพูดถึงเรื่อง “การเล่นถี่” และการหมุนเวียนผู้เล่นว่ามีผลต่อสภาพร่างกาย แต่นั่นก็ไม่ใช่ข้ออ้างที่เพียงพอในระดับแชมเปียนส์ลีก เพราะทุกทีมใหญ่ต้องเจอโปรแกรมแน่นเหมือนกัน
ตอนนี้เชลซีมี 10 คะแนนจาก 6 นัดในลีกรวม UCL การลุ้นจบท็อป 8 เพื่อเข้ารอบ 16 ทีมแบบอัตโนมัติยังไม่ปิดประตู แต่ก็อยู่ในจุดที่ “พลาดไม่ได้อีกมาก” โดยสองเกมสุดท้ายในเดือนมกราคมกับพาฟอสในบ้าน และนาโปลีนอกบ้าน จะเป็นตัวชี้ชะตาชัดเจนว่าพวกเขาพร้อมไปต่อในเวทีนี้แค่ไหน
แอตแลนตา: ม้ามืดที่ไม่มีใครอยากเจอ
ในฝั่งของแอตแลนตา ชัยชนะเกมนี้ทำให้พวกเขายืนยันสถานะ “ทีมจอมแสบ” ของยุโรปได้ชัดเจนยิ่งขึ้น พวกเขาเคยชนะคลับ บรูช มาร์กเซย แฟรงก์เฟิร์ต และล่าสุดคือเชลซีในฤดูกาลเดียวกัน
นี่คือทีมที่อาจไม่ได้มีซูเปอร์สตาร์ระดับโลกเต็มทีม แต่มีระบบที่ชัดเจน นักเตะขยัน วิ่งไม่มีหมด และมีตัวทีเด็ดอย่างเด เคเตลาเรและสคามักก้าที่สามารถเปลี่ยนเกมได้ภายในไม่กี่จังหวะ
สำหรับทีมใหญ่ในยุโรป หากต้องจับสลากเจอแอตแลนตา คงไม่มีใครรู้สึกสบายใจแน่นอน
สรุป: เกมที่สอนเชลซี และยกระดับชื่อของเด เคเตลาเร
เกมที่แบร์กาโม่คืนนี้ให้บทเรียนสำคัญกับเชลซีหลายข้อ
- การนำ 1-0 ไม่เคยปลอดภัยในฟุตบอลระดับนี้
- การไม่ปิดเกมในช่วงที่ตัวเองเหนือกว่า คือการเปิดโอกาสให้คู่แข่งกลับมา
- ความมั่นคงทางจิตใจของทีมยังไม่ถึงมาตรฐานของสโมสรที่อยากลุ้นแชมป์ยุโรป
- การจัดการสภาพร่างกายและการโรเตชั่นต้องมีสมดุลมากกว่านี้
ในขณะเดียวกัน เกมนี้ก็ยกระดับชื่อของชาร์ลส์ เด เคเตลาเรขึ้นไปอีกขั้น จากสถิติการมีส่วนร่วมกับประตูอย่างต่อเนื่อง และการแสดงให้เห็นว่าในเกมใหญ่ เขาสามารถเป็นตัวตัดสินผลการแข่งขันได้ด้วยตัวเอง
สำหรับเชลซี เส้นทางใน UCL ยังไม่จบ แต่จากนี้ทุกนัดคือ “นัดชี้ชะตา” ทั้งในแง่ของผลลัพธ์และความเชื่อมั่นในโปรเจ็กต์ของเอนโซ่ มาเรสก้า
ในโลกของฟุตบอล ผลงานในสนามเปลี่ยนทุกสัปดาห์ แต่การเลือกเว็บเดิมพันที่มั่นคงและจริงใจกับผู้เล่น ควรเลือกให้ชัดตั้งแต่แรก ถ้าคุณอยากลุ้นบอลด้วยข้อมูลแน่น ๆ และระบบที่เชื่อถือได้ ลองมองหา ufabet แล้วการเชียร์ของคุณจะสนุกและมีโอกาสสร้างกำไรมากขึ้นในทุกคืนแข่งขัน
