มาร์คัส สมิธ

มาร์คัส สมิธ

มาร์คัส สมิธ คืนทัพอังกฤษ บอร์ธวิกหวังจุดไฟเกมรุกอีกครั้งก่อนดวลฟิจิ

ในวงการรักบี้อังกฤษ ไม่มีชื่อใดได้รับการพูดถึงมากเท่ากับ มาร์คัส สมิธ เพลย์เมกเกอร์หนุ่มจากสโมสรฮาร์เลควินส์ ที่กำลังกลับมาสวมเสื้อทีมชาติอีกครั้งภายใต้การคุมทีมของ สตีฟ บอร์ธวิก หลังจากต้องเจอกับช่วงเวลายากลำบากในบทบาทที่ลดลงตลอดปีที่ผ่านมา การกลับมาครั้งนี้ไม่เพียงเป็นโอกาสพิสูจน์ฝีมือ แต่ยังเป็นเดิมพันของศรัทธา ความมั่นใจ และทิศทางเกมรุกของทีมชาติอังกฤษในยุคใหม่

จาก “ตัวหลัก” สู่ “ตัวสำรอง” แล้วหวนคืนอีกครั้ง

เมื่อ 12 เดือนก่อน สมิธคือหมายเลข 10 ตัวจริงของอังกฤษ คนที่แบกความหวังทั้งทีมไว้บนบ่า เขามีทั้งความเร็ว ความคิดสร้างสรรค์ และสัญชาตญาณของผู้เล่นเกมรุกที่หาได้ยาก แต่เส้นทางอาชีพของเขาไม่ได้ราบรื่นเสมอไป หลังการผ่าตัดและการปรับแท็กติกของทีม ทำให้เขาถูกขยับไปเล่นฟูลแบ็ก และต่อมาถูกใช้ในฐานะ “ซูเปอร์ซับ” แทนที่จะเป็นหัวใจหลักในสนาม

บอร์ธวิกยอมรับว่า “การบริหารนักเตะที่มีบทบาทเปลี่ยนไปไม่ใช่เรื่องง่าย แต่สิ่งสำคัญคือทำให้พวกเขารู้ว่ายังมีคุณค่าในทีม” เขากล่าวเสริมว่า “ผมคุยกับมาร์คัสหลายครั้งนอกแคมป์ เขายังมีไฟและแรงผลักดัน เขายังคงฝึกซ้อมหนักเสมอ ไม่เคยหยุดพัฒนา”

โอกาสครั้งใหม่ หลังพลาดนัดชนะออสเตรเลีย

ในเกมที่อังกฤษเอาชนะออสเตรเลีย 25-7 เมื่อสุดสัปดาห์ก่อน สมิธไม่มีชื่อแม้แต่ตัวสำรอง ซึ่งสร้างคำถามมากมายจากสื่อและแฟนบอล แต่โชคชะตากลับพลิกเมื่อ เฟรดดี สจ๊วร์ด ฟูลแบ็กตัวหลักได้รับบาดเจ็บที่มือ ทำให้สมิธถูกเรียกคืนตำแหน่งในเกมพบ ฟิจิ ที่สนามทวิกเคนแฮมในวันเสาร์นี้

นอกจากสมิธแล้ว บอร์ธวิกยังเปลี่ยนตัวผู้เล่นอีกถึง 7 ตำแหน่ง โดยหนึ่งในนั้นคือการแต่งตั้ง เอลลิส เกงจ์ ให้รับบทกัปตันทีมแทน มารอ อิโตเจ ที่มีอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อตอนล่าง “เราต้องการผู้นำในสนาม และเกงจ์คือคนที่สื่อสารกับทีมได้ดีที่สุดในเวลานี้” บอร์ธวิกกล่าว

ฟิน สมิธ จับคู่ มาร์คัส สมิธ : การผสมที่น่าจับตา

น่าสนใจว่า เกมนี้จะเป็นครั้งแรกที่แฟนบอลได้เห็น “สองสมิธ” ลงสนามพร้อมกัน — ฟิน สมิธ ได้ลงเล่นในตำแหน่งฟลายฮาล์ฟ (หมายเลข 10) แทน จอร์จ ฟอร์ด ขณะที่ มาร์คัส สมิธ จะยืนฟูลแบ็ก (หมายเลข 15)

บอร์ธวิกมองว่าการจัดทีมแบบนี้เป็นการเพิ่มมิติให้เกมรุก “ทั้งคู่มีสไตล์การเล่นที่แตกต่าง แต่เมื่อรวมกันแล้วจะได้สมดุลระหว่างความเร็วและความแม่นยำ ฟินคือคนควบคุมเกม ส่วนมาร์คัสคือคนทำให้เกมมีชีวิตชีวา”

บอร์ธวิก: “เขาคือผู้เล่นที่น่าตื่นเต้นที่สุดในสนาม”

หัวหน้าโค้ชทีมชาติอังกฤษกล่าวถึงสมิธด้วยความมั่นใจว่า “เขาคือหนึ่งในผู้เล่นที่แฟน ๆ อยากดูมากที่สุดในโลก เขามีความคิดไว แก้เกมได้เองในสนาม และไม่กลัวที่จะเสี่ยง ผมอยากเห็นเขาได้บอลในพื้นที่โล่ง เพราะทุกครั้งที่บอลอยู่ในมือเขา สิ่งมหัศจรรย์ก็มักเกิดขึ้น”

แม้สมิธจะยอมรับว่าตำแหน่งที่ถนัดที่สุดคือ “ฟลายฮาล์ฟ” แต่เขาก็ไม่ปฏิเสธโอกาสในการเล่นเป็นฟูลแบ็ก “ผมมองว่าการได้เล่นหลายตำแหน่งทำให้ผมเข้าใจเกมมากขึ้น และช่วยทีมได้มากขึ้น” เขากล่าวในบทสัมภาษณ์ล่าสุดกับ BBC

การบริหารทีมคือศิลปะของความยืดหยุ่น

บอร์ธวิกเผยว่า สิ่งที่ยากที่สุดของการเป็นเฮดโค้ชทีมชาติคือการทำให้นักเตะทุกคนรู้สึกว่า “พวกเขายังสำคัญต่อทีม” แม้จะไม่ได้ลงสนามทุกนัด “ในสโมสร นักเตะรู้ว่าตัวเองจะได้ลงทุกสัปดาห์ แต่ในทีมชาติ ทุกอย่างเปลี่ยนได้ทุกวัน ผมต้องจัดการความคาดหวังของพวกเขาให้ดี”

เขายังกล่าวถึงแนวคิดการฝึกสอนว่า “ไม่มีเส้นทางใดตรงเสมอ ทุกคนต้องเผชิญอุปสรรคในเส้นทางอาชีพ แต่สิ่งสำคัญคือเราจะตอบสนองอย่างไร ผมอยากให้ทุกคนรู้ว่าทีมสตาฟฟ์จะอยู่เคียงข้างเสมอ ไม่ว่าพวกเขาจะอยู่ในช่วงขาขึ้นหรือขาลง”

อังกฤษต้องกลับมาคมในพื้นที่สุดท้าย

แม้จะยิงได้สี่ทรายในเกมชนะออสเตรเลีย แต่บอร์ธวิกมองว่า ทีมยังขาด “ความเฉียบคม” โดยเฉพาะในพื้นที่สุดท้าย “เรามีโอกาสมากมายแต่ไม่สามารถปิดเกมได้เร็วพอ” เขากล่าว “สิ่งที่ผมอยากเห็นในเกมกับฟิจิคือความเด็ดขาด การเล่นที่กล้า และจิตวิญญาณของผู้ล่า”

การเพิ่มสมิธทั้งสองคนในแผงรุกจึงไม่ใช่แค่การปรับแท็กติก แต่เป็นการส่งสัญญาณว่า อังกฤษจะกลับมาเล่นในสไตล์ที่แฟน ๆ คุ้นเคย — เร็ว รุนแรง และเต็มไปด้วยการโจมตีจากทุกทิศทาง

ฟิจิ: คู่ต่อสู้ที่ไม่ควรถูกมองข้าม

แม้จะเป็นชาติเล็ก แต่ ฟิจิ คือทีมที่สร้างชื่อจากพลังทางกายและจิตใจ พวกเขาเคยสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ด้วยการบุกชนะอังกฤษที่ทวิกเคนแฮมในปี 2023 เกมนั้นถูกจารึกว่าเป็น “คืนแห่งศักดิ์ศรีของฟิจิ” และเป็นบทเรียนสำคัญที่อังกฤษยังไม่ลืม

บอร์ธวิกเตือนลูกทีมว่า “ห้ามประมาทฟิจิเด็ดขาด พวกเขาเล่นเร็ว มีพลัง และกล้าเสี่ยงในทุกจังหวะ ถ้าเราเปิดช่องว่างแม้แต่นิดเดียว พวกเขาจะลงโทษเราแน่นอน”

การพักอิโตเจ: ความจำเป็นเพื่อทีมระยะยาว

อีกหนึ่งการตัดสินใจที่ได้รับความสนใจคือการพัก มารอ อิโตเจ เซ็นเตอร์ระดับตำนานที่เป็นหัวใจของทีมมานาน บอร์ธวิกอธิบายว่า “เขามีอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจากเกมก่อน และไม่ได้ซ้อมเต็มที่จนถึงวันพฤหัสบดี เราไม่อยากเสี่ยงให้เขาเจ็บซ้ำ”

เขาเสริมว่า “ผู้เล่นอย่างอิโตเจเล่นหนักมาตลอดฤดูกาล ทั้งในสโมสรและทีมชาติ เราจำเป็นต้องบริหารร่างกายให้ดี เพื่อให้เขาพร้อมสำหรับทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในปีหน้า”

เสียงจากห้องแต่งตัว: “นี่คือช่วงเวลาสำคัญของเรา”

ภายในทีมชาติอังกฤษตอนนี้เต็มไปด้วยพลังบวก นักเตะหลายคนเผยว่าการได้เห็นสมิธกลับมามีชื่อในทีมคือแรงกระตุ้นอย่างแท้จริง “มาร์คัสคือตัวจุดประกายของเรา” ฟิน สมิธ กล่าว “เวลาเขาอยู่ในสนาม ทุกคนจะรู้สึกมั่นใจมากขึ้น เหมือนมีบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น”

สมิธ: “ผมจะเล่นด้วยหัวใจทั้งหมดเพื่อทีมชาติ”

ก่อนเกม สมิธให้สัมภาษณ์สั้น ๆ ว่า “ผมรู้ว่าช่วงที่ผ่านมาไม่ง่ายเลย แต่ผมไม่เคยเลิกเชื่อในตัวเอง ผมจะลงสนามและทำทุกอย่างเพื่อทีมชาติ ผมอยากให้แฟน ๆ อังกฤษภูมิใจอีกครั้ง”

คำพูดของเขาสะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่แฟนรักบี้ทั่วโลกชื่นชม — นักสู้ที่ไม่เคยยอมแพ้ แม้จะถูกลดบทบาทลงเพียงใดก็ตาม

จังหวะของเกม

เรื่องราวของมาร์คัส สมิธ คือภาพสะท้อนของความเชื่อมั่นในจังหวะที่เหมาะสม เช่นเดียวกับในโลกของกีฬาและการเดิมพัน ไม่มีใครจะชนะได้ตลอดเวลา แต่สิ่งสำคัญคือ “รู้ว่าเมื่อไหร่ควรบุก และเมื่อไหร่ควรรอจังหวะ”

ในสนามรักบี้ สมิธต้องรู้ว่าควรส่งบอลเมื่อใดและควรทะลวงเมื่อไหร่
ในสนามเดิมพัน คุณเองก็ต้องรู้ว่าเมื่อไหร่ควรเลือกทีมที่ใช่

เว็บไซต์ UFABET เปิดโอกาสให้แฟนกีฬาได้สัมผัสประสบการณ์ แทงบอลออนไลน์ และเดิมพันอย่างมืออาชีพ ด้วยระบบที่รวดเร็ว ปลอดภัย และให้ราคาน้ำที่ดีที่สุดในประเทศไทย ไม่ว่าคุณจะเป็นแฟนพรีเมียร์ลีก รักบี้ระดับโลก หรือทีมชาติใด UFABET คือจุดเริ่มต้นของทุกชัยชนะที่คุณกำหนดได้เอง

เพราะในเกมกีฬา จังหวะ คือหัวใจของชัยชนะ และในโลกของการเดิมพัน “UFABET” คือสนามแห่งโอกาสที่ไม่เคยหยุดหมุน.