จู๊ด เบลลิงแฮม เผชิญศึกหนักเพื่อกลับเข้าทีมชาติอังกฤษ ขณะที่ทูเคิล กล่าวถึงคู่แข่งในตำแหน่งหมายเลข 10
จู๊ด เบลลิงแฮม อาจต้องอดทนรอเวลาอีกครั้งกว่าจะได้กลับมามีชื่อเป็นตัวจริงในทีมชาติอังกฤษ แม้จะเพิ่งหายจากการผ่าตัดไหล่และฟื้นตัวจนพร้อมลงสนามเต็มร้อยก็ตาม หลังจากโธมัส ทูเคิล ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนปัจจุบัน ออกมาเปิดเผยอย่างชัดเจนว่า เขา “ไม่รีบ” ที่จะปรับระบบทีมเพื่อรองรับการกลับมาของสตาร์เรอัลมาดริดรายนี้
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกลายเป็นประเด็นใหญ่ในวงการฟุตบอลอังกฤษ เพราะก่อนหน้านี้ แฟนบอลส่วนใหญ่มักมองว่าเบลลิงแฮมคือ “ตัวจริงยืนหนึ่งแบบห้ามแตะ” ของทีมชาติอังกฤษ ด้วยผลงานระดับท็อปในลาลีกาและยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก จนถูกยกให้เป็นหนึ่งในมิดฟิลด์ที่ครบเครื่องที่สุดของยุโรป
แต่ภาพรวมของทีมชาติอังกฤษภายใต้ทูเคิลกลับแตกต่างออกไปอย่างสิ้นเชิง…
โรเจอร์ส: ตัวแทนเบอร์ 10 ที่ผลงานแรงแบบหยุดไม่อยู่
นับตั้งแต่เกมอุ่นเครื่องที่อังกฤษแพ้เซเนกัล 1-3 เมื่อเดือนมิถุนายนที่ผ่านมา ทูเคิลได้ผลักดัน มอร์แกน โรเจอร์ส ขึ้นมาในตำแหน่งหมายเลข 10 และเขาก็ตอบแทนความไว้วางใจด้วยฟอร์มที่สุดยอด
ผลงานที่โดดเด่นที่สุดคือ:
- อังกฤษถล่ม เซอร์เบีย 5-0
- อังกฤษถล่ม ลัตเวีย 5-0
สองเกมนี้ทำให้ทีมชาติอังกฤษจองตั๋วเข้าสู่ฟุตบอลโลกปี 2026 เรียบร้อย และโรเจอร์สก็เล่นในบทบาทเพลย์เมกเกอร์ได้อย่างลงตัวจนแฟนบอลเริ่มมองว่าเขาคือ “เพชรใหม่” ของทีมชาติอังกฤษ
เขามีทั้งความเร็ว ความคล่องตัว การเชื่อมเกมที่ลื่นไหล และความสามารถในการเปลี่ยนจังหวะเกมรุกจากหลังไปหน้าได้อย่างยอดเยี่ยม ซึ่งทั้งหมดนี้ทำให้ทูเคิล “ไม่มีเหตุผลต้องขยับเขาออกจากตำแหน่ง”
การกลับมาของเบลลิงแฮม: ฟิต 100% แต่อาจยังไม่ใช่คำตอบทันที
เบลลิงแฮมกลับเข้าสู่ทีมอีกครั้งหลังฟื้นตัวจากการผ่าตัดไหล่ที่เป็นปัญหามานาน แต่ทูเคิลยืนยันว่าเขาจะไม่เร่งใช้งานนักเตะมากเกินไป
ทูเคิลกล่าวในงานแถลงข่าวก่อนเกมพบเซอร์เบียว่า:
“พวกเขาเป็นเพื่อนกัน และนี่คือการแข่งขันที่เป็นมิตร คุณไม่จำเป็นต้องเป็นศัตรูกัน
พวกเขาเคารพกัน และตอนนี้พวกเขาต่างก็สู้เพื่อชิงตำแหน่งเดียวกัน นั่นคือหมายเลข 10”
คำสัมภาษณ์นี้แปลได้ชัดเจนว่า:
- ทูเคิลยอมรับว่าเบลลิงแฮมคือ “เบอร์ 10” ตามธรรมชาติของเขา
- แต่ตำแหน่งดังกล่าวตอนนี้มีคนทำผลงานได้ยอดเยี่ยมอยู่แล้ว
- และการเปลี่ยนทีมทันทีอาจทำให้สมดุลของทีมเสียไป
นี่ทำให้หลายฝ่ายมองว่าเบลลิงแฮมจะถูกส่งลงเล่นเป็นตัวสำรองไปก่อนในช่วงแรก แม้ชื่อเสียง ความสามารถ และสถิติจะบ่งบอกว่าเขาเหมาะจะเป็นตัวจริงก็ตาม
ทำไมทูเคิลจึงยืนยันไม่รีบปรับระบบให้เบลลิงแฮม?
ทูเคิลเป็นกุนซือที่ยึดหลัก “ระบบสำคัญกว่าตัวบุคคล” มาตลอด ไม่ว่าจะสมัยคุมปารีส แซงต์-แชร์กแมง เชลซี หรือบาเยิร์น มิวนิก ซึ่งเขามีปรัชญาที่ชัดเจนว่า:
- ผู้เล่นทุกคนต้องเล่นตามระบบ
- ตัวจริงขึ้นอยู่กับฟอร์ม ไม่ใช่ชื่อเสียง
- นักเตะที่เหมาะกับระบบจะได้โอกาสก่อน
เบลลิงแฮมเป็นผู้เล่นที่เก่งรอบด้านก็จริง แต่สไตล์ของเขาคือ มิดฟิลด์ที่ใช้ความแข็งแกร่ง การพาบอลไปข้างหน้า และการเข้าพื้นที่อันตราย ซึ่งบางครั้งทำให้สมดุลเกมรับเสียไป
ในระบบของทูเคิลตอนนี้:
- โรเจอร์สมีความเข้าใจเกมที่นิ่ง
- เขาเล่นง่าย
- เคลื่อนที่ในพื้นที่ที่ทูเคิลต้องการ
- ไม่ทิ้งตำแหน่งมากเกินไป
สิ่งเหล่านี้ทำให้ทีมชาติอังกฤษมีความลื่นไหลในเกมรุกและแน่นในเกมรับ—ซึ่งเป็นสิ่งที่ทูเคิลให้ความสำคัญอย่างมาก
ดังนั้นแม้เบลลิงแฮมจะเก่งเพียงใด ก็ยังต้องพิสูจน์ตัวเองในระบบนี้ก่อน
สถานการณ์ในทีมชาติอังกฤษตอนนี้: เบลลิงแฮมไม่ได้เสียนาที แต่ต้องแข่งขันจริงจัง
ถึงแม้เบลลิงแฮมจะถูกมองว่า “ยังไม่ได้ตำแหน่งคืน” แต่สถานการณ์นี้ไม่ได้รุนแรงอย่างที่หลายคนคิด เพราะทูเคิลเองก็กล่าวชัดว่า:
- เบลลิงแฮมยังคงเป็นผู้เล่นสำคัญ
- เขาจะได้ลงเล่นอย่างแน่นอน
- เพียงแค่เวลานี้โรเจอร์สกำลังอยู่ในฟอร์มที่ดีมาก
และอีกมุมหนึ่งคือ ทูเคิลชอบให้เกิดการแข่งขันภายในทีม เพราะสิ่งนั้นเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ผู้เล่นพัฒนาและรักษาระดับฟอร์มการเล่นไว้ได้
ลองมองอีกด้าน…นี่อาจเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่ที่อังกฤษมี “นักเตะเบอร์ 10 สองคนที่คุณภาพสูงมาก” ซึ่งทำให้ทีมยืดหยุ่นขึ้นอย่างมหาศาล
ผลงานของเบลลิงแฮมกับเรอัลมาดริด: ไม่มีข้อกังขาเรื่องคุณภาพ
แม้จะต้องแย่งตำแหน่งในทีมชาติ แต่ฟอร์มของเบลลิงแฮมในระดับสโมสรยังคงสุดยอดอย่างต่อเนื่องกับเรอัลมาดริด ทั้งในลาลีกาและศึกยุโรป
จุดเด่นของเขาที่ทูเคิลเองก็ยอมรับคือ:
- การยิงประตูจากกองกลาง
- ความแข็งแกร่งในการพาบอล
- การเข้าพื้นที่อันตราย
- บุคลิกผู้นำ
- ความมั่นใจที่เปี่ยมล้นในวัยเพียง 22 ปี
แต่ฟุตบอลทีมชาติต้องการ “ความสมดุล” มากกว่าการเปิดเกมรุกแบบเต็มสูบ ดังนั้นการจัดระบบของทูเคิลจึงต้องพิจารณารอบด้านมากขึ้น ไม่ใช่แค่ความเก่งของผู้เล่นรายเดียว
เบลลิงแฮม vs โรเจอร์ส: การแข่งขันที่ดีต่อทีมไม่ใช่ปัญหา
ทูเคิลมองว่าการมีผู้เล่นคุณภาพสูง 2 คนในตำแหน่งเดียวกันคือ “ของขวัญ” ไม่ใช่ “ภาระ”
เขาย้ำว่า:
“พวกเขาเป็นเพื่อนกัน การแข่งขันนี้เป็นแบบมิตรภาพ
ไม่ต้องเกลียดกัน ไม่ต้องเป็นศัตรูกัน”
คำพูดนี้สะท้อนปรัชญาการทำทีมของทูเคิลอย่างชัดเจน คือเขาต้องการให้บรรยากาศในห้องแต่งตัวเป็นบวกและเต็มไปด้วยความเคารพต่อกัน
นอกจากนี้การมีตัวเลือกที่ดี 2 คนจะช่วยลดความกดดันในช่วงทัวร์นาเมนต์ใหญ่ เช่น ฟุตบอลโลก 2026 ที่อังกฤษตั้งเป้าอย่างชัดเจนว่าจะเข้าไปถึงรอบลึกสุดให้ได้
อนาคตของตำแหน่งเบอร์ 10 ในทีมชาติอังกฤษ
มีความเป็นไปได้สูงว่า:
- ทูเคิลจะหมุนเวียนให้ทั้งโรเจอร์สและเบลลิงแฮมได้ลงเล่นในหลายแมตช์
- หากโรเจอร์สฟอร์มตก เบลลิงแฮมจะเสียบแทนทันที
- อังกฤษอาจปรับระบบเพื่อให้ทั้งคู่ลงพร้อมกันในบางเกม
- การแข่งขันครั้งนี้จะยิ่งผลักดันให้เบลลิงแฮมเก่งขึ้นกว่าเดิม
สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ อังกฤษไม่เคยมี “คู่แข่งตำแหน่งเบอร์ 10” ที่แข็งแกร่งเท่านี้มานานหลายปีแล้ว
สนุกกับการเชียร์ฟุตบอลทุกคู่สำคัญและอัปเดตข่าวเด่นก่อนใครผ่าน ufabet168 แทงบอลออนไลน์ เพื่อประสบการณ์ดูบอลที่เหนือกว่าเดิม
