สหรัฐอเมริกาตกรอบศึก U17 World Cup หลังดวลจุดโทษพ่ายโมร็อกโกสุดดราม่า
ศึกฟุตบอล FIFA U17 World Cup รอบ 32 ทีมสุดท้าย กลายเป็นค่ำคืนที่เต็มไปด้วยความหวังและความเจ็บปวดของทีมชาติสหรัฐอเมริกา เมื่อพวกเขาออกนำโมร็อกโกตั้งแต่ครึ่งแรก มีโอกาสปิดเกมด้วยจุดโทษในช่วงท้าย แต่สุดท้ายโดนตีเสมอในนาทีที่ 90 และต้องพ่ายไปในการดวลจุดโทษ 4-3 แบบสุดสะเทือนใจ ส่งผลให้ฝันของ “เด็กมะกัน” ต้องจบลงเร็วเกินคาด
แม้พวกเขาจะเป็นทีมที่ทำผลงานยอดเยี่ยมในรอบแบ่งกลุ่ม โชว์ทั้งวินัยแท็กติก การครองบอล และความเฉียบขาดในพื้นที่สุดท้าย แต่เกมนี้กลับเป็นอีกบทเรียนสำคัญของฟุตบอลชุดเยาวชน นั่นคือ “ความคมและความนิ่ง” ที่ยังคงเป็นปัจจัยชี้เป็นชี้ตายอยู่เสมอ
เปิดเกมเหนือกว่า – ประตูของ Jude Terry จุดประกายความหวัง
สหรัฐฯ เริ่มเกมด้วยความมั่นใจตามสไตล์ทีมของ กอนซาโล เซกาเรส การเคลื่อนบอลเร็ว การสลับตำแหน่ง และการเชื่อมเกมระหว่างแดนกลางสู่เกมรุกทำได้เด่นมาก จนโมร็อกโกต้องถอยลึกและตั้งรับเป็นส่วนใหญ่
แล้วประตูแรกก็มาในนาทีที่ 21 จากฝีเท้าของ Jude Terry แข้งจากอะคาเดมี Philadelphia Union ที่กำลังแจ้งเกิดเต็มตัวในทัวร์นาเมนต์นี้ เขาใช้การอ่านเกมที่ยอดเยี่ยมและการวิ่งสอดเข้าพื้นที่ว่าง ประกอบกับจังหวะจ่ายบอลทะลุช่องจาก Cavan Sullivan ที่เฉียบคม ทำให้เทอร์รีได้ยิงแบบไม่ต้องแต่งมาก และส่งบอลเสียบตาข่ายอย่างเฉียบขาด
ประตูนี้ไม่ใช่แค่การขึ้นนำ แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงการเติบโตของ “DNA ฟุตบอลสหรัฐฯ ยุคใหม่” ที่เต็มไปด้วยความเร็ว เทคนิค และความมั่นใจในจังหวะสุดท้าย
หลังจากนั้น ทีมสหรัฐฯ ยังคุมจังหวะได้ต่อเนื่อง พวกเขาสร้างโอกาสเพิ่มอีกหลายครั้ง ทั้งจากจังหวะยิงไกลของคาร์ริโซ และการลากเลื้อยของ Berchimas ที่สร้างปัญหาให้กองหลังโมร็อกโกอยู่ตลอด แต่ประตูที่สองไม่มาเสียที
จุดเปลี่ยนสำคัญ – จุดโทษนาที 74 ที่พลาดไป
เกมเริ่มเข้าสู่จังหวะอันตรายเมื่อโมร็อกโกเปิดเกมบุกมากขึ้นหลังตามหลังอยู่นาน แต่แล้วสหรัฐฯ ก็มีโอกาสทองที่น่าจะทำให้เกมนี้จบลงอย่างสมบูรณ์แบบ
นาทีที่ 74 พวกเขาได้ จุดโทษ หลังจากกองหลังโมร็อกโกทำฟาวล์ในกรอบเขตโทษ ผู้รับหน้าที่สังหารคือ Mathis Albert กองกลางที่เล่นได้โดดเด่นมาตลอดทัวร์นาเมนต์
แต่จังหวะนี้เหมือนฟุตบอลกำลังสอนบทเรียนสุดโหดให้เด็กอเมริกัน อัลแบร์ตยิงไปติดเซฟนายทวารโมร็อกโกอย่างน่าเสียดาย ลูกยิงเบาเกินไปและไม่มุมมากพอ
จาก “โอกาสปิดเกม” กลายเป็น “ต้นเหตุแห่งความหวังของคู่แข่ง” และโมร็อกโกเองก็ไม่ปล่อยโอกาสหลุดลอย
นาทีที่ 90 – โมร็อกโกตีเสมอแบบช็อกสนาม
ช่วงท้ายเกมโมร็อกโกเดินหน้าบุกเต็มกำลัง และแล้วในนาทีที่ 90 จังหวะที่แฟนบอลสหรัฐฯ ไม่มีวันลืมเกิดขึ้น เมื่อ Abdellah Ouazane หลุดขึ้นมาทำประตูตีเสมอ 1-1
แนวรับของสหรัฐฯ เสียสมาธิชั่วครู่ การประกบตัวหลุดออกไปหนึ่งจังหวะเปิดพื้นที่ให้โอซาเน่ยิงผ่านผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างเฉียบคม
จากเกมที่ควรจะชนะแบบสบาย ๆ กลายเป็นต้องลากไปสู่ การดวลจุดโทษ และความกดดันเปลี่ยนทิศทางทั้งหมด
ดวลจุดโทษ – ความกดดันทำโทษเด็กอเมริกัน
การดวลจุดโทษออกมาด้วยความกังวลเต็มเปี่ยม ทั้งสองทีมต่างยิงพลาดคนละหนึ่งครั้งในช่วงแรก และเกมยังคงเปิดกว้าง
โมร็อกโกพลาดจาก Ahmed Mouhoub ทำให้สหรัฐฯ ได้โอกาสขึ้นนำ แต่ฝั่งอเมริกันกลับพลาดเองทั้งจาก
- Maximo Carrizo
- Cooper Sanchez
สองคนนี้โดนความกดดันเล่นงานเต็ม ๆ
สุดท้าย สหรัฐฯ แพ้ในการดวลจุดโทษ 4-3 และต้องกระเด็นตกรอบ 32 ทีมสุดท้ายแบบเจ็บลึกกว่าที่ใครคาดคิด
สหรัฐฯ แพ้โมร็อกโกอีกครั้ง… สามทัวร์นาเมนต์ติด!
ความพ่ายแพ้ครั้งนี้เจ็บแสบเป็นพิเศษ เพราะมันคือการพ่ายโมร็อกโกในฟุตบอลเยาวชน สามรายการติดต่อกัน
- โอลิมปิก 2024 – แพ้โมร็อกโก
- U20 World Cup 2025 – ตกรอบโดยโมร็อกโก
- U17 World Cup 2025 – แพ้จุดโทษโมร็อกโก
ปรากฏการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงการพัฒนาของระบบเยาวชนโมร็อกโก ที่สร้างนักเตะเทคนิคสูง เล่นมีวินัย และเข้าใจเกมยุโรปมากขึ้นทุกปี ขณะเดียวกัน ก็เป็นบทเรียนสำคัญให้สหรัฐฯ ต้องมองย้อนกลับไปพัฒนาระบบในจังหวะชี้เป็นชี้ตายให้แข็งแกร่งกว่าเดิม
โมร็อกโกไปต่อ เจอญี่ปุ่นในรอบ 16 ทีม
ชัยชนะของโมร็อกโกทำให้พวกเขาผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ไปพบกับญี่ปุ่น ทีมที่จบอันดับหนึ่งในรอบแบ่งกลุ่มด้วยสไตล์บอลที่รวดเร็วและเทคนิคจัดจ้าน
เกมนั้นจะเป็นบทพิสูจน์ว่าโมร็อกโกสามารถรักษาจังหวะการเล่นแบบ “นักฆ่าม้ามืด” ได้หรือไม่ แม้พวกเขาจะจบรอบแบ่งกลุ่มเป็นอันดับสาม และแพ้ไปถึงสองเกมก็ตาม
พวกเขาแสดงให้เห็นแล้วว่าในฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ ความแกร่งด้านหัวใจ ความนิ่ง และจังหวะสำคัญสำคัญนั้น “สำคัญมากกว่าอันดับในรอบแบ่งกลุ่ม”
ภาพรวมของสหรัฐฯ – เจ็บแต่ต้องโตขึ้น
ทีม U17 ชุดนี้ของสหรัฐอเมริกาถูกมองว่ามีศักยภาพสูงมาก
- โครงสร้างเกมรุกดี
- มีเพลย์เมกเกอร์วัยละอ่อนที่หายากอย่าง Sullivan
- Jude Terry และ Berchimas กำลังขาขึ้น
- เกมรับโดยรวมแพสซิ่งดี มีวินัยสูง
แต่สิ่งที่ยังขาดคือ “การจัดการเกมช่วงท้าย” และ “ความเฉียบคมในจังหวะสำคัญ” ซึ่งคือสิ่งที่ทีมระดับโลกต้องมี
การพลาดจุดโทษ
การตั้งรับผิดจังหวะในนาทีสุดท้าย
คือตัวอย่างที่ชัดเจนของสิ่งที่ต้องแก้ไขก่อนพัฒนาขึ้นไปสู่ระดับ U20 และชุดใหญ่ในอนาคต
บทเรียนจากเกมนี้
- ฟุตบอลชุดเยาวชนต้องการความนิ่งมากเท่ากับพรสวรรค์
- การปิดเกมให้ขาดเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง
- ความกดดันสามารถเปลี่ยนผลการแข่งขันได้เสมอ
- การพ่ายในวันนี้คือการสร้างนักเตะที่แข็งแกร่งในอนาคต
แม้ผลลัพธ์จะเจ็บปวด แต่หลายคนเชื่อว่าแกนหลักของ U17 ชุดนี้จะกลายเป็นตัวหลักทีมชาติชุดใหญ่ในอีก 5-8 ปีข้างหน้าอย่างแน่นอน
หากคุณชอบศึกษาฟอร์มนักเตะเยาวชน วิเคราะห์เกม แรงกดดัน และสถานการณ์แบบนี้ แล้วอยากทดลองต่อยอดกับการดูราคาบอลหรือวิเคราะห์โอกาสในแมตช์ของจริง ลองใช้ข้อมูลเหล่านี้ต่อยอดกับ ufabet แทงบอล ได้เลย
