อาการบาดเจ็บของ Benjamin Sesko กับปัญหาใหญ่ที่รอ Ruben Amorim แก้ในแนวรุกแมนฯ ยูไนเต็ด
อาการบาดเจ็บที่หัวเข่าของ Benjamin Sesko กลายเป็นข่าวร้ายครั้งสำคัญของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และเป็น “ปัญหาปวดหัว” อีกหนึ่งเรื่องสำหรับ Ruben Amorim ที่กำลังพยายามพาทีมกลับมาทำผลงานให้คงเส้นคงวาในพรีเมียร์ลีก ดาวยิงค่าตัวมหาศาลรายนี้ถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมเสมอท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ 2-2 และหลังจากนั้นช่วงพักเบรกทีมชาติ ก็มีรายงานอัปเดตต่อเนื่องจนล่าสุดสโมสรยืนยันว่าเขาต้องพักอย่างน้อยหลายสัปดาห์
ในช่วงแรก แฟนบอลจำนวนไม่น้อยยังไม่แน่ใจว่าความรุนแรงของอาการจะอยู่ระดับไหน เนื่องจาก Sesko ยังเดินออกจากสนามได้เอง แม้จะมีสีหน้าไม่สู้ดีนัก แต่สิ่งที่ทำให้สถานการณ์ซับซ้อนขึ้นคือการสื่อสารระหว่างทีมชาติสโลวีเนียกับแมนฯ ยูไนเต็ด ที่เหมือนจะมีความเข้าใจคลาดเคลื่อนเล็กน้อย
Matjaz Kek เฮดโค้ชทีมชาติสโลวีเนีย เปิดเผยในตอนแรกว่า ก่อนเกมพบโคโซโว เขายังไม่ได้รับข้อมูลชัดเจนจากแมนฯ ยูไนเต็ดเกี่ยวกับสภาพร่างกายของ Sesko พร้อมย้ำว่าทีมชาติเองก็สมควรได้รับ “ความเคารพ” ในฐานะต้นสังกัดในนามประเทศ เพราะนักเตะมีภารกิจทั้งกับสโมสรและชาติ อย่างไรก็ตาม ภายหลังเกมที่สโลวีเนียพ่ายและพลาดตั๋วไปเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่สหรัฐอเมริกาในปีหน้า Kek ก็ออกมาชี้แจงเพิ่มอย่างชัดเจน
เขาย้อนประเด็นที่สื่ออังกฤษนำไปขยายว่าเกินจริง พร้อมบอกว่า
“มันก็เป็นไปตามสไตล์สื่ออังกฤษนั่นแหละ แต่พอมีการติดต่อกับทีมแพทย์ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจริง ๆ ปัญหาทุกอย่างก็เคลียร์กันจบในห้านาที”
ใจความสำคัญของการคุยกัน คือการยืนยันว่า Sesko ไม่พร้อมลงสนามให้ทีมชาติ และต้องเข้าสู่กระบวนการพักรักษาตัวเต็มที่ ซึ่งสำหรับแมนฯ ยูไนเต็ดเอง ก็เท่ากับต้องเตรียมแผนรับมือกับการขาดหายไปของกองหน้าตัวหลักรายนี้อย่างน้อยหนึ่งเดือน
จากรายงานของสื่อเชื่อถือได้ในอังกฤษ ระบุว่า Sesko ได้รับบาดเจ็บที่หัวเข่าจนต้องพักประมาณสี่สัปดาห์ แต่ทีมแพทย์ก็ยังกันเหนียวเผื่อไว้ในกรณีที่กระบวนการฟื้นฟูร่างกายกินเวลานานถึงห้าสัปดาห์ ดังนั้น โปรแกรมของยูไนเต็ดในเดือนต่อจากนี้จึงน่าจับตามองว่า พวกเขาจะยืนระยะโดยไม่มีกองหน้าหมายเลข 30 ได้ดีแค่ไหน
หากเขาพักเพียงราวสามถึงสี่สัปดาห์ Sesko จะพลาดเกมเหย้าที่โอลด์ แทรฟฟอร์ดกับเอฟเวอร์ตันและเวสต์แฮม ยูไนเต็ด รวมถึงเกมเยือนคริสตัล พาเลซและวูล์ฟส์ ซึ่งล้วนเป็นเกมที่แมนฯ ยูไนเต็ดต้องการแต้มเพื่อไล่ล่าพื้นที่ยุโรป ถ้ารวมเวลาพักราวห้าสัปดาห์ เขาอาจจะชวดลงเล่นเกมลีกกับบอร์นมัธและแอสตัน วิลล่าเพิ่มไปอีก
ความสำคัญของกำหนดคืนสนามไม่ได้อยู่แค่ที่จำนวนเกมที่พลาด แต่ยังไปชนกับช่วงที่สโมสรต้องจัดการกับปัญหา “ตัวรุกหายหลายคนพร้อมกัน” เพราะเมื่อเข้าสู่ช่วงต้นปี แข้งแนวรุกอย่าง Amad และ Bryan Mbeumo จะต้องเดินทางไปช่วยทีมชาติไอวอรี่โคสต์และแคเมอรูนในศึกแอฟริกัน เนชันส์ คัพ ทำให้ Amorim เสี่ยงที่จะเจอสถานการณ์ขาดทางเลือกในแดนหน้า หาก Sesko ยังกลับมาไม่เต็มร้อยในเวลานั้น
การซื้อตัว Sesko ในตลาดซัมเมอร์ที่ผ่านมา ถูกมองว่าเป็นดีลระยะยาวของสโมสร เขาเป็นกองหน้าที่รูปร่างสูงใหญ่ เล่นลูกกลางอากาศได้ดี แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเร็ว การเคลื่อนที่อิสระ และสามารถเชื่อมบอลกับเพื่อนร่วมทีมในสไตล์กองหน้าสมัยใหม่ได้ดี การหายไปของเขาจึงไม่ใช่แค่เสีย “คนจบสกอร์” แต่เป็นการเสียทั้งจุดพักบอลและตัวดึงตัวประกบในกรอบเขตโทษไปด้วย
ในมุมแท็กติก การที่ Amorim ต้องขาด Sesko ทำให้เขาต้องมองหาทางเลือกใหม่ในระบบเกมรุกทันที ว่าจะใช้การสลับตำแหน่งของแนวรุกคนอื่นอย่างไร จะดันใครขึ้นมายืนหน้าเป้า หรือปรับมาใช้ “ฟอลส์ไนน์” ให้กองกลางตัวรุกอย่าง Bruno Fernandes หรือกองหน้าสไตล์เชื่อมเกมเข้ามาเติมช่องว่างแทน การจัดแผงแนวรุกในช่วงนี้จึงกลายเป็นโจทย์หลักที่สตาฟฟ์โค้ชต้องวางหมากอย่างละเอียด
ยิ่งไปกว่านั้น สถานการณ์ในห้องแต่งตัวก็มีผลเช่นกัน เพราะก่อนที่ Sesko จะเจ็บ แฟนบอลเริ่มเห็นสัญญาณการปรับตัวได้ของเขาในพรีเมียร์ลีก เขาเริ่มเข้าใจจังหวะเกม ความเร็ว การปะทะ และการเคลื่อนที่ให้เข้ากับสไตล์ของยูไนเต็ดมากขึ้น แม้จำนวนประตูจะยังไม่หวือหวา แต่การยกระดับฟอร์มทีละนิดกำลังสร้างความเชื่อมั่นทั้งต่อเจ้าตัวเองและต่อทีม
พออาการบาดเจ็บมาขัดจังหวะแบบนี้ นักเตะในวัยเพียง 22 ปี ต้องใช้ความแข็งแกร่งด้านจิตใจมากเป็นพิเศษในการรับมือกับความผิดหวัง เขาพลาดทั้งการช่วยสโมสรในช่วงสำคัญ และอดไปเล่นทัวร์นาเมนต์ใหญ่ในนามทีมชาติสโลวีเนีย ซึ่งเพิ่งยืนยันแล้วว่าพลาดตั๋วไปสหรัฐอเมริกา
อย่างไรก็ตาม ข่าวดีเล็ก ๆ สำหรับแฟนบอลยูไนเต็ดคือ ผู้เล่นคนอื่นที่ถูกเปลี่ยนตัวออกในเกมกับสเปอร์สอย่าง Casemiro และ Harry Maguire ดูเหมือนจะรอดจากอาการเจ็บรุนแรงไปได้ Casemiro กลับไปเล่นให้ทีมชาติบราซิลและยังยิงประตูได้ ขณะที่ Maguire แม้จะเคยถูกจับภาพว่ากุมบริเวณแฮมสตริง แต่ล่าสุดก็มีรูปออกมาว่าเขายังซ้อมฟิตในยิมอย่างจริงจัง
ในแนวรับเอง ยังมีข่าวดีเพิ่มจากการที่ Lisandro Martínez กำลังใกล้คัมแบ็กหลังพักยาวมาตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ แต่ทีมแพทย์และ Amorim น่าจะไม่เสี่ยงรีบใช้งานเขามากเกินไป เพราะต้องดูทั้งสภาพความฟิตและความมั่นใจหลังจากหายไปจากเกมแข่งขันจริงมานาน การกลับมาของปราการหลังชาวอาร์เจนไตน์จึงน่าจะเป็นแบบค่อยเป็นค่อยไป อาจเริ่มจากการลงสำรองก่อน
ในภาพรวม การขาด Sesko อาจทำให้แฟนบอลรู้สึกกังวล แต่ก็เป็นบททดสอบอีกครั้งว่าระบบของ Amorim จะยืดหยุ่นได้แค่ไหน เขาจะสามารถดึงศักยภาพของคนอื่นมาชดเชยได้หรือไม่ และจะทำให้แมนฯ ยูไนเต็ดยังเก็บแต้มสำคัญในลีกได้อย่างต่อเนื่องหรือเปล่า
หากทีมสามารถผ่านช่วงเวลาที่ไม่มี Sesko ได้ดี เก็บผลการแข่งขันได้ตามเป้า แล้วรอให้เขากลับมาฟิตเต็มที่ในช่วงบ็อกซิ่งเดย์หรือปลายปี การมี “กองหน้าสดใหม่” พร้อมเสริมพลังในโค้งสำคัญของฤดูกาล อาจกลายเป็นข้อได้เปรียบสำคัญของยูไนเต็ด ในการลุ้นพื้นที่ยุโรปหรือแม้แต่การแทรกเข้ามาใกล้โซนหัวตารางในระยะท้าย
ในทางกลับกัน หากผลงานสะดุด การขาดกองหน้าตัวเป้าที่ถูกวางไว้เป็นเสาหลักของเกมรุก ก็จะถูกนำมาเป็นหนึ่งในเหตุผลที่อธิบายว่าทำไม Amorim ถึงต้องเจอกับ “ปัญหาปวดหัว” ต่อเนื่อง ทั้งเรื่องแท็กติก ความลึกของขุมกำลัง และแรงกดดันจากแฟนบอลและสื่อที่พร้อมถามหาความชัดเจนเสมอว่า แผนการสร้างทีมของเขาจะพายูไนเต็ดกลับไปยืนในจุดที่ควรจะเป็นได้จริงหรือไม่
สุดท้ายแล้ว อาการบาดเจ็บของ Benjamin Sesko ไม่ได้เป็นแค่ข่าวร้ายของนักเตะคนหนึ่งเท่านั้น แต่มันสะท้อนให้เห็นว่าฟุตบอลระดับท็อป ใครหายไปจากสมการชั่วคราว ก็มีผลต่อทั้งแท็กติก ความมั่นใจ และความคาดหวังของทั้งสโมสรและกองเชียร์ทั่วโลก
ถ้าอยากตามข่าวอัปเดตอาการบาดเจ็บ ฟอร์มนักเตะ และใช้เป็นข้อมูลวิเคราะห์ก่อนเลือกฝั่งลงทุน ลองใช้สถิติและข้อมูลเชิงลึกประกอบการตัดสินใจผ่าน ufabet แทงบอล
