อลิสซอน “ไม่แฮปปี้” กับดราม่าซาลาห์ เสียงจากคนที่อยู่ตรงกลางระหว่างเพื่อนกับทีม ufabet
กระแสระหว่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ กับลิเวอร์พูลยังคุกรุ่นไม่หยุด หลังจากดาวยิงชาวอียิปต์ออกมาให้สัมภาษณ์ดุเดือดว่ารู้สึกเหมือนถูกสโมสร “โยนลงใต้รถบัส” และไม่มีความสัมพันธ์กับเฮดโค้ช Arne Slot อีกต่อไป ผลลัพธ์ที่ตามมาคือการถูกถอดชื่อออกจากทีมชุดลุยศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีกกับอินเตอร์ มิลาน ท่ามกลางสถานการณ์ที่ทั้งสโมสร แฟนบอล และสื่อทั่วโลกกำลังจับตา หนึ่งในเสียงสำคัญที่ถูกถามความเห็นก็คือ อลิสซอน เบ็คเกอร์ ผู้รักษาประตูเบอร์หนึ่งของทีม และเป็นเพื่อนสนิทคนหนึ่งของซาลาห์ในห้องแต่งตัว อลิสซอนยอมรับตรง ๆ ว่าเขา “ไม่แฮปปี้” กับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ในฐานะนักเตะและผู้นำในทีม เขาต้องโฟกัสกับความท้าทายตรงหน้าก่อน นั่นคือเกมใหญ่กับอินเตอร์
ยังไม่ได้คุยกัน แต่จะคุย แถมขอให้เป็นเรื่องส่วนตัว
ในการให้สัมภาษณ์กับสื่อหลังแถลงข่าวของ Slot อลิสซอนถูกถามทันทีว่า ได้พูดคุยกับซาลาห์เกี่ยวกับบทสัมภาษณ์เดือดเมื่อวันเสาร์หรือยัง ซึ่งคำตอบของเขาชัดเจนว่า “ยังไม่ได้คุย”
เขาอธิบายเพิ่มเติมว่า ทั้งคู่ใช้เวลาร่วมกันเยอะมากในฐานะเพื่อนร่วมทีม อยู่ในห้องแต่งตัวเดียวกัน ฝึกซ้อมและลงสนามเคียงข้างกันมาหลายปี จึงมีสายสัมพันธ์ที่ลึกเกินกว่าจะเป็นแค่เพื่อนร่วมงานธรรมดา ๆ และเชื่อว่าการพูดคุยระหว่างเขากับซาลาห์ควรเกิดขึ้น “แบบส่วนตัว” ไม่ใช่ผ่านสื่อหรือคำให้สัมภาษณ์
คำตอบนี้สะท้อนให้เห็นชัดว่า อลิสซอนเลือกจะจัดการเรื่องละเอียดอ่อนด้วยการสื่อสารตรงไปตรงมาในห้องแต่งตัว มากกว่าปล่อยให้สื่อเป็นตัวกลางขยายดราม่าให้ใหญ่ขึ้นกว่าเดิม
ระหว่างความไม่สบายใจ กับหน้าที่ในเกมยุโรป
แม้จะยอมรับตรง ๆ ว่า “ไม่รู้สึกดี” กับสิ่งที่เกิดขึ้น เพราะซาลาห์คือนักเตะที่เขาร่วมสร้างความสำเร็จมาด้วยกันมากมาย แต่อลิสซอนก็พูดชัดว่า เขาไม่มีเวลามากพอที่จะจมอยู่กับอารมณ์ส่วนตัว เนื่องจากลิเวอร์พูลกำลังมี “ภารกิจใหญ่” ในเกมเยือนอินเตอร์ มิลาน
เขาใช้คำว่า “เรามีความท้าทายใหญ่รออยู่พรุ่งนี้ โฟกัสหลักของผมต้องอยู่ที่ตรงนั้นก่อน” นี่คือคำพูดของมืออาชีพที่รู้ว่าหน้าที่ของตัวเองคือต้องปกป้องทีมในสนาม แม้ว่านอกสนามจะเต็มไปด้วยเรื่องราวชวนปวดหัวก็ตาม
ซาลาห์ในสายตาอลิสซอน: ตำนานสโมสรที่ไม่มีใครปฏิเสธได้
อลิสซอนยังย้ำอย่างหนักแน่นว่า ความรู้สึกของเขาต่อซาลาห์ในฐานะนักเตะและคน ๆ หนึ่ง ไม่ได้เปลี่ยนไปเลย เขาเรียกซาลาห์ว่า “ตำนานของ LFC” และยอมรับว่าพวกเขา “ประสบความสำเร็จร่วมกันมากมาย” ตั้งแต่วันแรกที่เขาย้ายมาเล่นในยุโรปและร่วมงานกับซาลาห์
สำหรับอลิสซอน ซาลาห์ไม่ใช่แค่เพื่อนร่วมทีมที่ทำประตูได้เยอะ แต่คือคนที่ช่วยยกระดับสโมสรทั้งในแง่ผลงาน ภาพลักษณ์ และมาตรฐานในห้องแต่งตัว การเห็นเพื่อนที่เป็นเสาหลักของทีมต้องมาเจอเหตุการณ์แบบนี้ จึงเป็นเรื่องที่ทำให้เขาไม่สบายใจอย่างเลี่ยงไม่ได้
ไม่อยากให้เรื่องนี้บานปลาย แต่ยอมรับว่า “ทีมโดนกระทบ”
แม้อลิสซอนจะให้เกียรติซาลาห์ ด้วยการบอกว่าเขามีสิทธิ์จะพูดความรู้สึกของตัวเองออกมา แต่ในอีกมุมหนึ่ง ผู้รักษาประตูทีมชาติบราซิลก็ยอมรับตรง ๆ ว่า สถานการณ์ครั้งนี้สร้าง “แรงสั่นสะเทือน” ให้กับทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
การที่ซูเปอร์สตาร์ระดับหัวแถวของทีมออกมาพูดในเชิงว่า สโมสรโยนเขาเป็นตัวรับผิดชอบ และรู้สึกว่ามีคนต้องการให้เขาเป็นแพะ มีผลโดยตรงกับบรรยากาศในห้องแต่งตัว ทั้งในด้านความเชื่อใจ ความรู้สึกเป็นหนึ่งเดียว และการมองหน้ากันในทุก ๆ วันซ้อม
แม้อลิสซอนจะไม่ได้ตำหนิซาลาห์ตรง ๆ แต่ความรู้สึก “ไม่แฮปปี้” ที่เขาพูดออกมาชัด ๆ ก็เพียงพอจะบอกได้ว่าทีมไม่ได้อยู่ในจุดที่สงบเลยในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของฤดูกาลแบบนี้
เลือกยืนข้าง Slot ในฐานะผู้นำทีม แต่ไม่หักหลังเพื่อน
อีกประเด็นสำคัญในคำให้สัมภาษณ์คือ อลิสซอนยืนยันว่าตัวเองยัง “หนุนหลัง” Arne Slot ในฐานะผู้จัดการทีม ซึ่งเป็นการส่งสารที่สำคัญมาก เพราะเขาคือหนึ่งในแกนหลักของทีม และเป็นคนที่เสียงดังในห้องแต่งตัว
การประกาศจุดยืนแบบนี้ทำให้เห็นว่า โครงสร้างในทีมยังคงมองโค้ชเป็นศูนย์กลางในการตัดสินใจเรื่องใหญ่ ๆ โดยเฉพาะในช่วงที่ฟอร์มและผลการแข่งขันไม่แน่นอน สโมสรจึงต้องการผู้นำในสนามอย่างอลิสซอนมาช่วยประคอง
อย่างไรก็ตาม การที่เขายังเรียกซาลาห์ว่า ตำนานและย้ำว่าจะไปคุยกันแบบส่วนตัว แปลว่าอลิสซอนไม่ได้เลือกตัดขาด ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง แต่พยายามทำหน้าที่ในฐานะคนตรงกลางที่รักษาสมดุลระหว่างความสัมพันธ์ส่วนตัว และความรับผิดชอบต่อทีม
เวลาเดินถอยหลัง: AFCON ใกล้เข้ามา พื้นที่เคลียร์ใจก็น้อยลง
อีกหนึ่งปัจจัย ที่ทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด คือ เรื่องเวลา เพราะซาลาห์มีกำหนดเดินทางไปร่วมทีมชาติอียิปต์ในวันที่ 15 ธันวาคม เพื่อเตรียมตัวลุยศึกแอฟริกา คัพ ออฟ เนชันส์
นั่นหมายความว่า ทั้งสโมสร Slot และซาลาห์มีเวลาเพียงไม่กี่วันในการเคลียร์ใจและหาทางออกที่เหมาะสม หากไม่สามารถคุยกันได้ลึกพอ ก่อนที่ซาลาห์จะออกไปจากแคมป์ทีมช่วงยาว ภาพของความสัมพันธ์ที่แตกร้าวก็อาจถูก “แช่แข็ง” อยู่ในจุดนี้ไปอีกพักใหญ่
Slot เองก็ยอมรับว่า เขาไม่รู้แน่ชัดว่าอนาคตของซาลาห์ในทีมจะเป็นอย่างไร แต่ยังยืนยันความเชื่อส่วนตัวว่า “นักเตะทุกคนมีโอกาสกลับมาเสมอ” หากทั้งสองฝ่ายเปิดใจคุยกันด้วยเหตุผล
ซาลาห์ในฐานะเพื่อน ซาลาห์ในฐานะเคสตัวอย่างของยุคฟุตบอลใหม่
ถ้ามองภาพกว้างกว่าระดับสโมสร ดราม่าครั้งนี้สะท้อนให้เห็นโลกฟุตบอลยุคใหม่ที่ผู้เล่นระดับท็อปมีเสียงดังขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ใช่แค่ในสนาม แต่รวมถึงนอกสนาม ผ่านการให้สัมภาษณ์ โซเชียลมีเดีย และสปอตไลต์จากแบรนด์ต่าง ๆ
ซาลาห์ในฐานะซูเปอร์สตาร์ระดับโลก ย่อมรู้ดีว่าทุกคำพูดของเขาจะกระทบไปถึงแฟนบอลหลายสิบล้านคน รวมถึงผู้บริหารและบรรยากาศในสโมสร การที่เขาเลือกจะพูดออกมาว่า “รู้สึกโดนโยนลงใต้รถบัส” และ “ไม่รู้ว่าทำไมต้องนั่งสำรอง” จึงไม่ใช่แค่รายการระบาย แต่กลายเป็นตัวจุดชนวนให้ทั้งโลกต้องหันมามองสโมสรและ Slot ไปพร้อมกัน
อลิสซอนในฐานะเพื่อนร่วมงานที่รู้จักตัวตนซาลาห์ดี จึงมองว่าเป้าหมายของเพื่อนอาจไม่ใช่การ “ไม่ให้เกียรติใคร” แต่เป็นการพูดในมุมของตัวเอง ทว่าหลังจากนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือ “ทีมตอบสนองอย่างไร”
เขากล้าพูด แต่ทีมต้องกล้ารับมือ
อลิสซอนสรุปมุมมองไว้ได้ชัดเจนว่า ซาลาห์มีสิทธิ์จะพูดถึงความรู้สึกของตัวเอง แต่เมื่อคำพูดนั้นออกไปแล้ว สิ่งสำคัญคือการตอบสนองของทีมและสโมสร เขาใช้คำประมาณว่า “ตอนนี้สิ่งสำคัญคือเราจะตอบสนองยังไงต่อไป”
นี่คือแก่นของความเป็นมืออาชีพในระดับสูงสุด นักเตะคนหนึ่งอาจรู้สึกอึดอัด เหมือนถูกมองว่าเป็นตัวปัญหา หรือเป็นแพะรับบาปในช่วงทีมฟอร์มตก แต่สโมสรเองก็ต้องมีกระบวนการจัดการ ทั้งในแง่การพูดคุย การตัดสินใจเชิงกีฬา และการรักษาบารมีของกุนซือ
อลิสซอนยอมรับว่า เขาหวังเห็นซาลาห์ลงเล่นให้ลิเวอร์พูลอีกครั้ง แต่ก็ย้ำว่าสุดท้ายแล้ว เรื่องนี้คือ “เรื่องระหว่างซาลาห์กับสโมสร” ซึ่งคำพูดนี้แปลได้ว่า ต่อให้เขาเป็นเพื่อนสนิทแค่ไหน ก็ไม่สามารถแทรกแซงการตัดสินใจระดับนโยบายได้
ดราม่าหนัก แต่อลิสซอนยังเลือกมองว่านี่คือ “หลุมบ่อเล็ก ๆ”
แม้สถานการณ์จะตึงเครียด และแฟนบอลหลายคนเริ่มตั้งคำถามว่าซาลาห์อาจลงเล่นเกมสุดท้ายไปแล้วหรือไม่ แต่ออลิสซอนเลือกใช้มุมมองของคนที่ยังเชื่อในความสัมพันธ์ระยะยาว เขาบอกชัดว่า “หวังว่านี่จะเป็นแค่หลุมบ่อเล็ก ๆ บนถนนสายยาว” มากกว่าจะเป็นจุดแตกหักที่แก้ไขไม่ได้
คำพูดนี้ไม่ได้การันตีว่าทุกอย่างจะจบแบบสวยงาม แต่สะท้อนให้เห็นว่า คนสำคัญในทีมอย่างอลิสซอนยังไม่ยอมยกธงขาวต่อความเป็นไปได้ที่จะได้เห็นซาลาห์กลับมาสวมเสื้อแดงลงสนามอีกครั้ง แม้อะไร ๆ ดูจะหมุนเร็วมากไปแล้วก็ตาม
บทสรุป: เสียงของอลิสซอน คือกระจกสะท้อนหัวใจของห้องแต่งตัว
ในดราม่าที่ซับซ้อนระหว่างสโมสร กุนซือ และซูเปอร์สตาร์อย่างซาลาห์ เสียงของอลิสซอนทำหน้าที่เหมือน “กระจก” ที่สะท้อนทั้งความสับสน ความไม่สบายใจ และความเป็นมืออาชีพของนักเตะในห้องแต่งตัว
เขาไม่ปฏิเสธว่าตัวเองไม่แฮปปี้
เขาไม่ทิ้งเพื่อน และพร้อมจะพูดคุยกันแบบแมน ๆ
เขาหนุนหลังเฮดโค้ชในฐานะผู้นำทีม
และยังมองเห็นอนาคตที่ทุกฝ่ายอาจกลับมานั่งโต๊ะเดียวกันได้อีกครั้ง
ส่วนตอนจบของเรื่องนี้จะกลายเป็นตำนานการคืนดีกัน หรือกลายเป็นจุดสิ้นสุดของยุค Mohamed Salah ที่แอนฟิลด์ คงต้องปล่อยให้เวลาและการตัดสินใจของทั้งสองฝ่ายเป็นคนเฉลย
ถ้าคุณชอบเจาะลึกดราม่าฟุตบอลแบบนี้ ลองเปลี่ยนจากแค่ดูบอล มาอ่านเกมและตัวเลขไปพร้อมกันบน ufabet ดูสักครั้งสิ เพราะบน ufabet คุณจะได้ทั้งอารมณ์แฟนบอล และมุมมองของคนเล่นที่ใช้ข้อมูลจริงมาตัดสินใจทุกบิลอย่างมีชั้นเชิงมากขึ้น
