เชลซี ปะทะ บอร์นมัธ: สถิติการพบกันและผลการแข่งขันที่ผ่านมา ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกนัดสำคัญ

AFC Bournemouth

Chelsea พบ AFC Bournemouth ย้อนรอยเฮดทูเฮดก่อนศึกพรีเมียร์ลีก เกมสำคัญของสองทีมที่ต้องการชัยชนะ

Chelsea พบ AFC Bournemouth ศึกพรีเมียร์ลีกกลางสัปดาห์กำลังจะกลับมาสร้างความเข้มข้นอีกครั้ง เมื่อ Chelsea เตรียมเปิดสนามสแตมฟอร์ด บริดจ์ ต้อนรับการมาเยือนของ AFC Bournemouth ในคืนวันอังคารนี้ ซึ่งถือเป็นการพบกันครั้งที่สองของทั้งสองทีมภายในเดือนเดียว

ก่อนหน้านี้ ทั้งสองฝ่ายเพิ่งเสมอกันแบบไร้สกอร์ 0-0 ที่ไวทาลิตี้ สเตเดียม เมื่อวันที่ 6 ธันวาคม ผลการแข่งขันดังกล่าวกลายเป็นหนึ่งในเกมที่สะท้อนปัญหาฟอร์มการเล่นของเชลซีในช่วงหลัง ขณะที่บอร์นมัธเองก็ยังคงดิ้นรนอย่างหนักเพื่อหาชัยชนะในลีก

สถานการณ์ก่อนเกม ต่างฝ่ายต่างต้องการสามแต้ม

เชลซีเข้าสู่เกมนี้ด้วยสภาพจิตใจที่ไม่สู้ดีนัก หลังเพิ่งพ่ายให้กับ Aston Villa 1-2 ในเกมล่าสุด ทำให้พวกเขาชนะได้เพียงนัดเดียวจาก 5 เกมหลังสุดในพรีเมียร์ลีก ผลงานที่ไม่สม่ำเสมอนี้ทำให้แรงกดดันกลับมาถาโถมใส่ทีมอีกครั้ง โดยเฉพาะเมื่อพิจารณาจากความคาดหวังของแฟนบอลในบ้าน

ฝั่งบอร์นมัธก็ไม่ได้อยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่า พวกเขาเพิ่งแพ้ยับเยิน 1-4 ให้กับ Brentford ในเกมเยือน ส่งผลให้ทีมไม่ชนะใครมาแล้วถึง 9 นัดติดต่อกันในทุกรายการ เกมนี้จึงเป็นเหมือนโอกาสในการรีเซ็ตความมั่นใจ แม้ต้องบุกมาเยือนทีมใหญ่อย่างเชลซีก็ตาม

AFC Bournemouth

เฮดทูเฮด เชลซีเหนือกว่า แต่บอร์นมัธมีหมัดเด็ด

หากมองจากสถิติการพบกันโดยรวม เชลซีถือว่าครองความได้เปรียบอย่างชัดเจน จากการเจอกันทั้งหมด 24 นัดในทุกรายการ “สิงห์บลูส์” คว้าชัยไปได้ถึง 15 ครั้ง ขณะที่บอร์นมัธชนะเพียง 5 นัด และเสมอกัน 4 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้ไม่ได้สะท้อนภาพการแข่งขันทั้งหมด เพราะหลายเกมระหว่างสองทีมจบลงอย่างสูสี และบอร์นมัธเคยสร้างเซอร์ไพรส์ครั้งใหญ่ให้กับเชลซีมาแล้วหลายครั้ง โดยเฉพาะในช่วงฤดูหนาว

การพบกันยุคพรีเมียร์ลีก ไม่ได้เจอกันบ่อย แต่มีเรื่องให้จดจำ

บอร์นมัธเพิ่งก้าวขึ้นมาเป็นสมาชิกพรีเมียร์ลีกครั้งแรกในปี 2015 ทำให้การพบกันกับเชลซีในลีกสูงสุดไม่ได้มีประวัติยาวนานนัก แต่ทุกครั้งที่เจอกัน กลับเต็มไปด้วยเรื่องราวที่น่าจดจำ

หนึ่งในเกมที่แฟนเชลซีไม่มีวันลืมคือชัยชนะ 4-0 ของบอร์นมัธ ที่ไวทาลิตี้ สเตเดียม เมื่อวันที่ 30 มกราคม 2019 ซึ่งถือเป็นหนึ่งในความพ่ายแพ้ที่เลวร้ายที่สุดของเชลซีในยุคหลัง และยิ่งไปกว่านั้น บอร์นมัธยังเคยบุกถล่มเชลซีถึงสแตมฟอร์ด บริดจ์ 3-0 เมื่อวันที่ 31 มกราคม 2018 อีกด้วย

เกมที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ไม่ใช่สนามที่ปลอดภัยเสมอไป

แม้สแตมฟอร์ด บริดจ์ จะเป็นสนามที่เชลซีมักทำผลงานได้ดี แต่บอร์นมัธพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาไม่เกรงกลัวบรรยากาศที่นี่ โดยเฉพาะชัยชนะ 1-0 เมื่อเดือนธันวาคม 2019 ซึ่งเป็นการบุกมาคว้าสามแต้มแบบช็อกแฟนบอลเจ้าถิ่นทั้งสนาม

นอกจากนี้ เกมแรกสุดที่ทั้งสองทีมเจอกันในพรีเมียร์ลีก เมื่อเดือนธันวาคม 2015 ก็เป็นบอร์นมัธที่บุกมาชนะเชลซีได้ถึงถิ่น ซึ่งยิ่งตอกย้ำว่าทีมจากชายฝั่งทางใต้รายนี้มักสร้างปัญหาให้ “สิงห์บลูส์” ได้เสมอในช่วงฤดูหนาว

เกมล่าสุด ๆ สูสีทุกครั้ง เชลซีชนะยากกว่าที่คิด

ในช่วงไม่กี่ฤดูกาลที่ผ่านมา การเจอกันของเชลซีและบอร์นมัธมักจบลงด้วยผลการแข่งขันที่ใกล้เคียงกันมาก ตัวอย่างเช่น เกมเสมอ 2-2 เมื่อเดือนมกราคม 2025 ที่ Reece James ต้องยิงประตูสำคัญช่วยให้เชลซีรอดพ้นความพ่ายแพ้

หรือเกมในฤดูกาล 2024–25 นัดแรก ที่เชลซีบุกชนะบอร์นมัธ 1-0 จากประตูชัยของ Christopher Nkunku ซึ่งเกมนั้นต้องอาศัยการเซฟจุดโทษและการป้องกันประตูหลายครั้งจาก Robert Sanchez จึงจะรักษาสกอร์เอาไว้ได้

นักเตะที่ฝากรอยแผลไว้ในคู่นี้

หากพูดถึงผู้เล่นที่ทำผลงานโดดเด่นในเกมระหว่างเชลซีกับบอร์นมัธ ชื่อของ Eden Hazard จะถูกพูดถึงเป็นอันดับแรก อดีตแนวรุกเชลซีรายนี้ยิงไปถึง 7 ประตูในเกมที่พบกับบอร์นมัธ มากที่สุดในประวัติศาสตร์การเจอกันของทั้งสองทีม

ขณะที่ฝั่งบอร์นมัธ ผู้เล่นที่สร้างปัญหาให้เชลซีได้มากที่สุดในอดีตคือ Joshua King อดีตกองหน้าทีมชาตินอร์เวย์ ที่ยิงได้ 4 ประตูในเกมกับเชลซี และมักโชว์ฟอร์มได้ดีทุกครั้งที่เผชิญหน้ากับทีมจากลอนดอนตะวันตก

ย้อนรอย 10 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก

หากโฟกัสเฉพาะ 10 นัดหลังสุดในพรีเมียร์ลีก เชลซีชนะ 5 นัด เสมอ 3 นัด และบอร์นมัธชนะ 2 นัด สะท้อนถึงความได้เปรียบของเจ้าบ้าน แต่ก็ไม่ใช่ความเหนือกว่าที่ขาดลอย ทุกเกมล้วนเต็มไปด้วยความสูสี และหลายครั้งผลการแข่งขันถูกตัดสินจากรายละเอียดเล็กน้อยเพียงจังหวะเดียว

ปัจจัยชี้ขาดเกมนี้ อยู่ที่ใครนิ่งกว่า

เมื่อพิจารณาฟอร์มปัจจุบันของทั้งสองทีม เกมนี้อาจไม่ได้ตัดสินกันด้วยคุณภาพโดยรวมเพียงอย่างเดียว แต่จะวัดกันที่ความนิ่งและความเฉียบคมในจังหวะสำคัญ เชลซีมีศักยภาพและขุมกำลังที่เหนือกว่า แต่ความไม่สม่ำเสมอคือจุดอ่อนที่ยังแก้ไม่ตก

ขณะที่บอร์นมัธ แม้ฟอร์มตกและไร้ชัยมานาน แต่พวกเขามักเล่นได้ดีในฐานะทีมรอง และพร้อมลงโทษความผิดพลาดของคู่แข่งเสมอ หากเชลซีเปิดพื้นที่หรือเสียสมาธิแม้เพียงเล็กน้อย เกมนี้อาจไม่ง่ายอย่างที่แฟนเจ้าบ้านคาดหวัง

บทสรุป เฮดทูเฮดบอกอะไรเราได้บ้าง

สถิติอาจบอกว่าเชลซีเหนือกว่าบอร์นมัธ แต่ประวัติศาสตร์การพบกันแสดงให้เห็นชัดว่า เกมคู่นี้ไม่เคยง่ายสำหรับฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง โดยเฉพาะเมื่อทั้งสองทีมต่างต้องการชัยชนะเพื่อหยุดฟอร์มตกของตัวเอง

ศึกที่สแตมฟอร์ด บริดจ์ ครั้งนี้ จึงไม่ใช่แค่เกมพรีเมียร์ลีกธรรมดา แต่คือบททดสอบความแข็งแกร่งทางจิตใจ และอาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญของฤดูกาลสำหรับทั้งเชลซีและบอร์นมัธ

อ่านสถิติคู่แข่งให้ลึก เกมใหญ่ตัดสินกันที่รายละเอียด รวมบทวิเคราะห์บอลแบบแม่นยำ เห็นภาพก่อนเกมชัดกว่าที่เคย สมัคร UFABET