Matheus Cunha เปิดใจถึง Ruben Amorim ชัด ๆ ในสองคำ และย้ำตำแหน่งที่ตัวเองถนัดสุดคือ ‘ฟอลส์ไนน์’
ในช่วงออกสตาร์ตซีซันใหม่กับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เส้นทางของ Matheus Cunha ไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบอย่างที่ใครคาดหวัง หลังย้ายมาจากวูล์ฟแฮมป์ตันด้วยค่าฉีกสัญญาราว 62.5 ล้านปอนด์ เขาทำประตูได้เพียงหนึ่งลูกจาก 11 นัดแรก ฟอร์มส่วนตัวถูกตั้งคำถาม ผลงานของทีมก็ขึ้น ๆ ลง ๆ จนแฟนบอลเริ่มกังวลว่าดีลนี้จะเวิร์กจริงหรือไม่
แต่ท่ามกลางเสียงวิจารณ์และแรงกดดัน Cunha กลับแสดงให้เห็นชัดเจนว่า เขายังเชื่อในโปรเจกต์ของสโมสร และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง เชื่อมั่นในตัวผู้จัดการทีมอย่าง Ruben Amorim แบบเต็มหัวใจ จนถึงขั้นนิยามโค้ชชาวโปรตุเกสด้วยสองคำง่าย ๆ แต่ชัดเจนว่า
“a winner ผู้ชนะตัวจริง”
ชื่นชม Amorim แบบไม่มีกั๊ก: “ได้เล่นให้คนแบบนี้คือสิทธิพิเศษ”
ในการให้สัมภาษณ์ระหว่างเดินทางไปเก็บตัวกับทีมชาติบราซิล Cunha ถูกถามถึงชีวิตใหม่กับแมนฯ ยูไนเต็ด รวมถึงการได้ร่วมงานกับ Amorim
เขายิ้มแล้วตอบแบบตรงไปตรงมาว่า
“มันยอดเยี่ยมมาก การได้เล่นกับนักเตะระดับท็อปอย่าง Bryan (Mbeumo) และได้ทำงานกับโค้ชที่เป็นผู้ชนะ คือสิ่งที่ผมรู้สึกเป็นเกียรติจริง ๆ”
คำว่า “winner” ที่ Cunha ใช้ไม่ใช่แค่คำชมสวยหรู แต่สะท้อนภาพของ Amorim ที่แม้จะถูกกดดันอย่างหนักในช่วงต้นฤดูกาล จากผลงานที่ไม่แน่นอนของทีม แต่ก็ไม่เคย “แตก” ต่อหน้าสื่อหรือในห้องแต่งตัว เขายังยึดมั่นในแนวทางของตัวเอง จูนระบบ จูนโครงสร้างทีม และค่อย ๆ ดึงฟอร์มของยูไนเต็ดกลับมาสู่เส้นทางที่ดีขึ้นด้วยสถิติไม่แพ้ใคร 5 นัดติดก่อนพักเบรกทีมชาติ
จากสายตาของผู้เล่นอย่าง Cunha ความนิ่ง ความเชื่อมั่น และความชัดเจนในแนวคิดฟุตบอลของ Amorim คือสิ่งที่ทำให้เขากล้าตัดสินใจย้ายมาโอลด์ แทรฟฟอร์ด ทั้ง ๆ ที่รู้ว่าที่นี่คือหนึ่งในสโมสรที่โดนจับตามองและถูกวิจารณ์มากที่สุดในโลก
ทำไม Cunha ถึงเลือกเรียกตัวเองว่า “ฟอลส์ไนน์”
จุดที่น่าสนใจในการสัมภาษณ์ครั้งนี้คือ เมื่อ Cunha ถูกถามถึงตำแหน่งที่เขามองว่า “ใช่ที่สุด” ในสไตล์การเล่นของตัวเอง
แทนที่จะตอบแบบกลาง ๆ ว่า “เล่นตรงไหนก็ได้ที่ทีมต้องการ” เขายังย้ำว่า เขาชอบบทบาทที่
“ถอยต่ำมาช่วยเชื่อมเกม เป็นกองหน้าที่ไม่ยืนรอบอลอย่างเดียว”
หรือก็คือการเล่นในแบบ ฟอลส์ไนน์ (False Nine)
เขาอธิบายเพิ่มว่า
“หน้าที่หลักของผมไม่ใช่แค่รอจบสกอร์ แต่ต้องลงมาช่วยทีมในเกมบิลด์อัป ดึงกองหลังออกจากตำแหน่ง รับบอลระหว่างไลน์ แล้วสร้างช่องให้เพื่อนเคลื่อนที่ต่อ ผมชอบแบบนั้น รู้สึกว่ามันคือจุดที่ตัวเองช่วยทีมได้มากที่สุด”
สำหรับแฟนบอลที่อาจยังไม่คุ้น ฟอลส์ไนน์คือกองหน้าที่ไม่ได้ยืนเป็นเป้าในกรอบเขตโทษอย่างเดียว แต่ขยับลงมาลึกกว่ากองหน้าทั่วไป ทำหน้าที่กึ่งเพลย์เมกเกอร์ เปิดพื้นที่ให้ปีกหรือมิดฟิลด์ตัวรุกเติมเข้าไปในกรอบเขตโทษแทน
สไตล์นี้ต้องใช้ผู้เล่นที่
- เท้าดี จับบอลแรกนิ่ง
- มีวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอล
- เคลื่อนที่ฉลาด ดึงกองหลังออกจากโซน
ซึ่ง Cunha มองว่าตัวเองตอบโจทย์ตรงนี้มากกว่าการเป็นหน้าเป้าแบบดั้งเดิม
จากบราซิลถึงแมนเชสเตอร์: บทบาทที่ใกล้เคียงกันในสองทีม
Cunha ยังเล่าว่า ในทีมชาติบราซิลตอนนี้เขาก็ได้ทำหน้าที่คล้าย ๆ กัน
คือถอยลงมาช่วยแดนกลางเชื่อมบอลแล้วเติมขึ้นไปปิดจังหวะในกรอบเขตโทษ
“ผมรู้สึกสนุกกับการเล่นแบบนี้ ไม่ได้จำกัดตัวเองว่าต้องเป็นเบอร์ 9 แบบคลาสสิก ผมโอเคกับการลงมาล้วงบอล ช่วยรับ ช่วยจ่าย แล้วเติมไปทำประตูในจังหวะสุดท้าย”
ความต่อเนื่องของบทบาทในสองทีม ทั้งบราซิลและยูไนเต็ด ช่วยให้ Cunha ไม่ต้อง “ปรับตัวแบบคนละโลก” เขายังได้เล่นในสไตล์ที่ตัวเองคุ้นเคย เพียงแต่สิ่งที่ต้องจูนคือความเข้าใจร่วมกับเพื่อนใหม่ ระบบของสโมสร และความคาดหวังที่สูงลิบของแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด
ฟอร์มต้นซีซันไม่เปรี้ยง แต่ความมั่นใจยังอยู่ครบ
หนึ่งประตูจาก 11 นัดอาจไม่ใช่สถิติที่สวยสำหรับกองหน้า โดยเฉพาะเมื่อต้องแบกราคาค่าตัวระดับ 60 ล้านปอนด์ขึ้นไป แต่ถ้ามองลึกลงไปในเกม จะเห็นว่า Cunha มีส่วนร่วมในบิลด์อัป การเชื่อมเกม และการเคลื่อนที่เปิดช่องให้เพื่อนอย่างต่อเนื่อง
ยิ่งเมื่อ Amorim เลือกใช้ระบบที่มีผู้เล่นอย่าง Bryan Mbeumo เข้ามาเป็นคู่หูเชิงไดนามิก ทั้งวิ่งทำทาง ทั้งสลับตำแหน่ง ทั้งดึงตัวประกบ แนวคิด “ฟอลส์ไนน์” ของ Cunha ยิ่งมีพื้นที่ให้แสดงออก
เขายังกล่าวถึง Mbeumo ด้วยความชื่นชมว่า
“เป็นเรื่องเยี่ยมมากที่ได้เล่นกับนักเตะระดับนี้ เขาทำให้การเล่นของผมง่ายขึ้นเยอะ”
แม้ตัวเลขประตูจะยังไม่เปรี้ยง แต่สัญญาณเชิงแท็กติกเริ่มชัดเจนว่าหลังทีมเริ่มเข้าระบบ ผลลัพธ์ด้านสกอร์ของ Cunha ก็มีโอกาสดีที่จะดีดขึ้นตามไปด้วย
Amorim จากโค้ชที่ถูกกดดัน สู่คนที่ลูกทีมมองว่า “ผู้ชนะ”
ในช่วงแรกของฤดูกาล ยูไนเต็ดเจอปัญหาหลายด้านพร้อมกัน ทั้งฟอร์มนักเตะบางคนตกมาตรฐาน อาการบาดเจ็บ การปรับระบบใหม่ และแรงกดดันจากสื่อที่จ้องจับผิดทุกเกมที่เตะ
เสียงวิจารณ์เริ่มดังขึ้นเรื่อย ๆ ว่า Amorim จะ “ไหวหรือไม่ไหว”
แต่ยูไนเต็ดกลับค่อย ๆ แก้ไขสถานการณ์จนเก็บสถิติไร้พ่าย 5 นัดติดในลีกก่อนเบรกทีมชาติ และพุ่งขึ้นมารั้งอันดับ 7 ในตาราง โดยยังมีโอกาสไล่แต้มลุ้นพื้นที่ยุโรปเต็มตัว
ในมุมของ Cunha สิ่งที่ทำให้เขายังเชื่อใจ Amorim ไม่ใช่คำพูดสวยหรู แต่เป็นการ “ลงมือทำ”
- กล้าปรับแท็กติกเมื่อไม่เวิร์ก
- กล้าโรเตชั่นผู้เล่น
- กล้าดันแข้งใหม่อย่างเขาและ Mbeumo เข้ามาเป็นแกนหลักในระยะยาว
และทั้งหมดนี้ ทำให้เขาพูดได้เต็มปากว่า
“การได้เล่นให้โค้ชที่เป็นผู้ชนะ มันคือสิทธิพิเศษ”
บทบาทของ Cunha ในโปรเจกต์ระยะยาวของยูไนเต็ด
เมื่อมองภาพใหญ่กว่าแค่จำนวนประตูในตอนนี้ Cunha อาจเป็นชิ้นส่วนสำคัญของโปรเจกต์ใหม่ที่ Amorim กำลังสร้าง
ถ้าเขายืนเป็นฟอลส์ไนน์ได้เต็มระบบ จะช่วยให้
- มิดฟิลด์ตัวรุกอย่าง Bruno Fernandes มีพื้นที่เติมเข้าเขตโทษมากขึ้น
- ปีกอย่าง Mbeumo หรือแนวรุกฝั่งตรงข้ามมีช่องทำเกม 1v1 กับแบ็กคู่แข่ง
- ระบบเพรสซิ่งแดนบนมีจุดเริ่มต้นที่ว่องไว คล่องตัว และอ่านเกมเร็ว
หน้าที่ของ Cunha จึงไม่ใช่แค่ยิงให้ถึงตัวเลขสองหลัก แต่คือการทำให้ “ระบบรุกของยูไนเต็ดสมบูรณ์” มากขึ้นด้วย
จากคำถาม “จะเวิร์กไหม” ไปสู่คำตอบที่ต้องรอดูทั้งฤดูกาล
ปัจจุบันแฟนบอลยังอาจแบ่งเป็นสองฝั่ง—ฝั่งหนึ่งมองว่า Cunha ยังไม่คุ้มค่าตัว อีกฝั่งมองว่าเขากำลังอยู่ในช่วงสร้างรากฐาน และเมื่อความเข้าใจกับเพื่อนร่วมทีมลงตัว ตัวเลขทุกอย่างจะถูกพิสูจน์ในระยะยาว
สิ่งที่ชัดเจนในตอนนี้คือ
- เขายอมรับบทบาทใหม่อย่างเต็มใจ
- เขาเชื่อมั่นใน Amorim แบบไม่ลังเล
- เขามองตัวเองเป็นส่วนหนึ่งของโปรเจกต์ ไม่ใช่แค่แข้งที่มา “รับจ้างยิงประตู”
บางครั้งนักเตะที่เริ่มต้นไม่หวือหวา แต่เข้าใจเกมลึก อาจกลายเป็นฟันเฟืองสำคัญในทีมชุดที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดก็ได้ ซึ่งกรณีของ Cunha กำลังมุ่งหน้าไปในทิศทางนั้น
สรุป: สองคำสั้น ๆ แต่ชี้ใจกลางของยุคใหม่ที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด
คำว่า “a winner” ที่ Matheus Cunha ใช้กับ Ruben Amorim บอกอะไรเราได้หลายอย่าง
มันไม่ได้หมายถึงถ้วยรางวัลในอดีตเท่านั้น แต่รวมถึงทัศนคติ วิธีคิด และความเชื่อมั่นในแนวทางของตัวเอง
ขณะเดียวกัน การที่เขาประกาศชัดว่า “ฟอลส์ไนน์” คือบทบาทที่เขารู้สึกสบายที่สุด ก็ทำให้ทั้งแฟนบอลและกูรูแท็กติกจับตามองมากขึ้นว่า ช่วงที่เหลือของฤดูกาลนี้ เขาจะปลดล็อกฟอร์มและกลายเป็นหัวใจในเกมรุกของยูไนเต็ดได้มากแค่ไหน
คำถามไม่ใช่แค่ว่าเขาจะยิงได้กี่ลูก
แต่คือเขาจะช่วยเปลี่ยนโฉมเกมรุกของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไปในทิศทางไหน
และคำตอบนี้จะถูกเฉลยบนสนามในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า
อยากวิเคราะห์บทบาทฟอลส์ไนน์แบบ Cunha แล้วต่อยอดสู่การอ่านเกมและเลือกฝ่ายลงทุน ลองเริ่มศึกษาแมตช์ใหญ่ผ่าน ufabet แทงบอล
