เอล ฮัดจิ มาลิก ดิยุฟ ยังไม่หยุดฝัน!

เอล ฮัดจิ มาลิก ดิยุฟ

เอล ฮัดจิ มาลิก ดิยุฟ ยังไม่หยุดฝัน! แข้งใหม่ค่าตัว 19 ล้านของเวสต์แฮม ที่มองไกลถึงการเล่นให้ “5 สโมสรที่ดีที่สุดในโลก”

การเสริมทัพของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา มีหลายดีลที่น่าสนใจ แต่หนึ่งในชื่อที่ถูกพูดถึงมากขึ้นเรื่อยๆ คือ เอล ฮัดจิ มาลิก ดิยุฟ แบ็กซ้ายวัยเพียง 20 ปี ทีมชาติเซเนกัล ที่สโมสรลงทุนคว้าตัวมาด้วยค่าตัวราว 19 ล้านปอนด์ พร้อมเซ็นสัญญายาวไปจนถึงปี 2030 ซึ่งสะท้อนชัดว่า ขุนค้อนมองเขาเป็นโปรเจ็กต์ระยะยาว ไม่ใช่แค่ตัวหมุนเวียนชั่วคราว

ดิยุฟได้ประเดิมสนามนัดทางการให้เวสต์แฮมในเกมที่แพ้ซันเดอร์แลนด์ 0–3 ที่สเตเดี้ยม ออฟ ไลท์ ช่วงต้นฤดูกาล แม้ผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจ แต่ก็ถือเป็นจุดเริ่มต้นบนเวทีพรีเมียร์ลีกของดาวรุ่งที่เพิ่งเล่นฟุตบอลอาชีพได้ไม่นาน จากนั้นเขาก็ค่อยๆ ได้โอกาสเพิ่มขึ้น และจนถึงตอนนี้ลงสนามไปแล้ว 12 นัดในทุกรายการ พร้อมทำ 3 แอสซิสต์ เป็นสัญญาณว่าเขาไม่ได้มาที่ลอนดอนเพื่อ “นั่งดูเฉยๆ”

อย่างไรก็ตาม เส้นทางของดิยุฟในอังกฤษยังไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ จุดเด่นของเขาคือพลังงาน การเติมเกมรุกทางกราบซ้าย ความเร็ว และความกล้าเล่น แต่ในด้านเกมรับยังเห็นชัดว่ายังต้องเรียนรู้อีกมาก เขาเคยถูกใช้งานในบทบาทวิงแบ็กตอนเล่นให้สลาเวีย ปราก ซึ่งทำให้เขามักจะดันสูง ทิ้งพื้นที่ด้านหลังเปิดโอกาสให้คู่แข่งโจมตี และในหลายเกมก็มีจังหวะผิดพลาดที่ถูกจับตามองอย่างชัดเจน

สองนัดล่าสุดของเวสต์แฮมที่จบลงด้วยชัยชนะ แฟนบอลได้เห็น “สองด้าน” ของดิยุฟอย่างชัดเจน ในช่วงหนึ่งของเกม เขายังมีจังหวะผิดพลาดที่ทำให้ทีมลุ้นเสียว แต่ในขณะเดียวกัน เขาก็ตอบสนองได้ดีด้วยการกลับมาเล่นอย่างมุ่งมั่น เติมเกมบุก สร้างโอกาส และช่วยทีมคุมจังหวะริมเส้นซ้ายได้ตลอด 90 นาที สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นถึงคาแรกเตอร์ของนักเตะดาวรุ่งที่ยังไม่สมบูรณ์ แต่มีใจสู้และพร้อมแก้ไขข้อผิดพลาดของตัวเอง

ท่ามกลางกระบวนการปรับตัวในพรีเมียร์ลีก คำให้สัมภาษณ์ระหว่างไปเก็บตัวทีมชาติกลับกลายเป็นประเด็น เมื่อดิยุฟพูดถึงภาพฝันในอนาคตว่า “ตัวเองอยากเห็นตัวเองเล่นให้สโมสรระดับท็อป 5 ของโลก” เขาเชื่อว่าตัวเองมีศักยภาพที่จะไปถึงจุดนั้นได้ด้วยการทำงานหนัก รอเวลา และเก็บประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง พร้อมย้ำว่าเส้นทางอาชีพของเขาเพิ่งเริ่มต้นได้เพียงราวๆ สองปีเท่านั้น

คำพูดนี้ถูกตีความไปในหลายแง่ บางส่วนมองว่าเป็นแค่ความมั่นใจในตัวเองของนักเตะดาวรุ่ง ที่กล้าฝันไกล เหมือนกับนักเตะหนุ่มจำนวนมากที่ตั้งเป้าหมายสูงสุดไว้ระดับ เรอัล มาดริด บาร์เซโลนา บาเยิร์น มิวนิค แมนฯ ซิตี้ หรือสโมสรระดับเดียวกัน ในขณะที่อีกมุมหนึ่งมองว่า เขาควรโฟกัสไปที่การยึดตัวจริงที่เวสต์แฮมให้ได้เสียก่อน ตั้งหลักในพรีเมียร์ลีกให้มั่น ก่อนจะคิดถึงการก้าวกระโดดครั้งใหญ่ไปยังยักษ์ใหญ่ของยุโรป

ความจริงคือ ทั้งสองมุมมองสามารถอยู่ร่วมกันได้ นักเตะที่ประสบความสำเร็จระดับสูงจำนวนมาก ล้วนเคยพูดถึงความฝันของตัวเองในวัย 18–20 ปี แต่สิ่งที่ทำให้ฝันนั้นจับต้องได้ คือการทำงานในปัจจุบันมากกว่าคำพูด ดิยุฟเองก็ย้ำว่าเขายังคง “ใจเย็นและอดทน” เพราะรู้ดีว่าประสบการณ์ของตัวเองยังน้อย และต้องผ่านการเรียนรู้ทั้งในแง่แท็กติก สภาพร่างกาย และการรับมือกับมาตรฐานของพรีเมียร์ลีกที่เข้มข้นกว่าเดิมหลายเท่า

จากมุมมองของเวสต์แฮม การมีนักเตะดาวรุ่งที่กล้าพูดถึงอนาคตระดับสูง ก็ไม่ใช่เรื่องเลวร้ายเสมอไป หากทัศนคตินั้นถูกแปรเป็นแรงผลักดันในการซ้อมและลงสนาม ในทางกลับกัน ก็เตือนให้สโมสรตระหนักว่า หากเขาพัฒนาขึ้นแบบก้าวกระโดดในอีก 2–3 ปีข้างหน้า ขุนค้อนเองก็อาจต้องวางแผนรับมือกับความสนใจจากสโมสรใหญ่เช่นกัน

ขณะเดียวกัน สถานการณ์โดยรวมของเวสต์แฮมก็ไม่ได้สงบเงียบในตลาดนักเตะ มีรายงานว่าธุรกิจซื้อขายในเดือนมกราคมของสโมสรจะขึ้นอยู่กับ “การย้ายออก” มากพอๆ กับการเสริมทัพ โดยเฉพาะกรณีของลูคัส ปาเกต้า ที่ยังเป็นชื่อหลักบนหน้าสื่อในฐานะตัวรุกที่หลายทีมอยากได้ หากมีข้อเสนอใหญ่มาเคาะประตูเวสต์แฮมจริงๆ นั่นอาจเปลี่ยนงบประมาณและแผนเสริมทัพของนูโน เอสปิริโต ซานโต ไปอย่างสิ้นเชิง

อดีตผู้เล่นของเวสต์แฮมบางรายยังออกมาให้ความเห็นผ่านสื่อว่าทีมจำเป็นต้องเสริมในตำแหน่งเฉพาะอย่างน้อยหนึ่งตำแหน่งในเดือนมกราคม หากต้องการหลีกเลี่ยงการลุ้นหนีตกชั้นจนถึงโค้งสุดท้ายของฤดูกาล พร้อมชี้ว่ามี “ตลาดนักเตะที่ยังไม่ถูกใช้ประโยชน์เต็มที่” ซึ่งสโมสรสามารถค้นหาแข้งคุณภาพในราคาที่ไม่สูงเกินไป

อีกด้านหนึ่ง เจมส์ วอร์ด-พราวส์ ก็ถูกพูดถึงในฐานะคนที่ “อาจไม่มีอนาคต” ในถิ่นลอนดอน สเตเดี้ยม อีกต่อไป โดยมีเอฟเวอร์ตันจับตาสถานการณ์ ซึ่งอาจพร้อมยื่นมือเข้ามาช่วยให้เขาได้โอกาสพิสูจน์ตัวเองในพรีเมียร์ลีกต่อไป หากเวสต์แฮมตัดสินใจปล่อยตัวเขาในช่วงปีใหม่

ทั้งหมดนี้ทำให้ภาพรวมของเวสต์แฮมในตอนนี้ เป็นเหมือนทีมที่อยู่ในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งในแง่โครงสร้างนักเตะและแนวทางการเล่น มีทั้งดาวรุ่งค่าตัวสูงอย่างดิยุฟ นักเตะซีเนียร์ที่อาจย้ายออก และตัวหลักสำคัญที่มีโอกาสถูกทีมใหญ่ฉกไป เส้นทางของสโมสรใน 1–2 ตลาดต่อจากนี้ จึงสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางในระยะยาว

กลับมาที่ตัวดิยุฟเอง จุดที่เขาต้องโฟกัสในระยะสั้นค่อนข้างชัดเจน นั่นคือการพัฒนาความเข้มแข็งด้านเกมรับ ลดจำนวนความผิดพลาดในแต่ละนัด และทำให้ตัวเองกลายเป็นคนที่โค้ช “ไว้ใจได้” มากกว่าการเป็นแค่แข้งที่มีพลังงานและความเร้าใจยามเติมเกมรุก เพราะในพรีเมียร์ลีก แบ็กซ้ายที่ดีต้องทำได้ทั้งสองอย่าง สมดุลระหว่างการเติมเกมรุกและการปิดพื้นที่ในจังหวะรับ

ถ้าเขาสามารถทำให้ตัวเองกลายเป็นตัวเลือกแรกหรืออย่างน้อยก็เป็นตัวหมุนเวียนที่โค้ชขาดไม่ได้ โอกาสในการดึงดูดความสนใจจากสโมสรระดับท็อป 5 ของโลกจะตามมาเอง ซึ่งบางครั้งอาจเร็วเกินกว่าที่เขาคิดไว้ด้วยซ้ำ แต่ถ้ายังปล่อยให้ชื่อของตัวเองถูกจดจำในฐานะ “แบ็กที่ผิดพลาดอย่างน้อยหนึ่งครั้งในทุกเกม” ความฝันเหล่านั้นก็อาจถอยห่างออกไปเรื่อยๆ

ความทะเยอทะยานไม่ใช่สิ่งผิด โดยเฉพาะในโลกฟุตบอลระดับอาชีพ นักเตะส่วนใหญ่ล้วนอยากเล่นให้สโมสรที่ใหญ่ที่สุดในโลกทั้งนั้น สิ่งที่แยกนักเตะที่ “พูดแล้วหายไป” ออกจากนักเตะที่ “พูดแล้วทำได้จริง” คือการลงมือทำทุกวัน ซ้อมให้หนักขึ้น เข้าใจเกมมากขึ้น และใช้ทุกนาทีในสนามเป็นเวทีพิสูจน์ตัวเอง ดิยุฟอยู่ในวัยที่เหมาะที่สุดที่จะเรียนรู้จากทั้งความผิดพลาดและคำวิจารณ์ หากเขาจัดการสิ่งเหล่านี้ได้ดี ความฝันของเขาก็ไม่ได้ไกลอย่างที่หลายคนคิด

สำหรับคนดูบอลอย่างเราๆ การติดตามเส้นทางของนักเตะดาวรุ่งอย่างดิยุฟ เป็นอีกมิติหนึ่งที่ทำให้ฟุตบอลสนุกขึ้น ไม่ใช่แค่ดูผลสกอร์ แต่ดูว่าพวกเขาจะเติบโตตามที่ตัวเองพูดไว้หรือไม่ และสโมสรอย่างเวสต์แฮมจะช่วยปลุกปั้นเขาไปถึงจุดไหน

และถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่ชอบวิเคราะห์ทั้งความฝันของนักเตะ ฟอร์มการเล่น และอนาคตของทีม ลองเปลี่ยนสายตาแบบนี้ให้กลายเป็นอีกหนึ่งช่องทางความสนุกกับโลกของ ufabet แทงบอล ดูสักครั้ง บางทีการอ่านเกมฟุตบอลและเส้นทางอาชีพนักเตะ อาจกลายเป็นกุญแจสำคัญให้คุณลุ้นมันส์กว่าเดิมก็ได้

เพราะสุดท้ายแล้ว ในขณะที่ดิยุฟฝันถึงการขยับจากเวสต์แฮมไปสู่สโมสรระดับท็อป 5 ของโลก คุณเองก็สามารถยกระดับความสนุกจากการเชียร์บอลไปสู่มิติใหม่ผ่าน ufabet แทงบอล ที่รอให้คุณเข้ามาพิสูจน์เซนส์ลูกหนังของตัวเองเช่นกัน